นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 21 ปี ของการดำเนินธุรกิจสายการบินนกแอร์ ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนา พร้อมทั้งยกระดับ และสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ดีขึ้นให้กับผู้โดยสารที่มาใช้บริการ โดยในเดือน ส.ค. 2568 จะเปิดตัว 2 บริการใหม่ ได้แก่ 1.Nok Air Inflight Entertainment (IFE) บริการด้านความบันเทิงบนเครื่องบินที่ผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินไปกับเนื้อหาสาระ ซีรีส์ และความบันเทิงระหว่างการเดินทางได้ผ่านอุปกรณ์สื่อสารส่วนตัวของตนเอง อาทิ สมาร์ตโฟน โดยร่วมกับ Viu (วิว) และผู้ให้บริการคอนเทนต์อื่นๆ รวมถึงเนื้อหาจากสายการบินนกแอร์เอง ทั้งนี้เป็นการให้บริการฟรี สามารถเชื่อมต่อไวไฟบนเครื่องได้ทันทีเมื่ออยู่ภายในห้องโดยสาร ถือเป็นสายการบินแรกในไทยที่ให้บริการดังกล่าวสำหรับเครื่องบินที่ไม่มีจอที่เก้าอี้ผู้โดยสาร

นายวุฒิภูมิ กล่าวต่อว่า และ 2.บริการ Nok Deal แพลตฟอร์มสิทธิพิเศษใหม่สำหรับสมาชิก Nok Fan Club ที่กลับมาอีกครั้งด้วยสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมาย อย่างไรก็ตามการดำเนินงานของสายการบินนกแอร์เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยตลอด 21 ปี ขนส่งผู้โดยสารไปแล้วกว่า 70 ล้านคน และสามารถทำกำไรติดต่อกัน 2 ปีซ้อน ในปี 2566 กำไร 49 ล้านบาท และปี 2567 กำไร 90 ล้านบาท หลังจากขาดทุนต่อเนื่องยาวนานกว่า 9 ปี ซึ่งปัจจุบันสายการบินนกแอร์มีหนี้เหลืออยู่ประมาณ 400 ล้านบาท และยังอยู่ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการฯ คาดว่าจะทยอยจ่ายหนี้ได้หมดภายใน 2 ปีนี้ และสามารถออกจากแผนฟื้นฟูฯ ได้ในเดือน ก.ย. 2571 ตามแผน สำหรับปี 2568 คาดว่าจะทำรายได้ 6-7 พันล้านบาทต่อปี ใกล้เคียงกับปี 2567

นายวุฒิภูมิ กล่าวอีกว่า ในช่วงตารางบินฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค. 2568 สายการบินนกแอร์ จะกลับไปทำการบินเส้นทางบินระหว่างประเทศ หลังจากหยุดทำการบินมานาน อาทิ เมืองหนานหนิง และเจิ้งโจว ประเทศจีน, มุมไบ และไฮเดอราบัด ประเทศอินเดีย และไซง่อน ประเทศเวียดนาม พร้อมทั้งจะมีการเปิดเส้นทางบินใหม่ด้วย อาทิ ดานัง หรือฮานอย ประเทศเวียดนาม, บาหลี อินโดนีเซีย และมะนิลา ฟิลิปปินส์ ส่วนเส้นทางภายในประเทศ ยังไม่มีเส้นทางบินใหม่ อย่างไรก็ตามปัจจุบันนกแอร์ให้บริการมากกว่า 100 เที่ยวบินต่อวัน ครอบคลุม 15 เส้นทางบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นการให้บริการในประเทศ 100% โดยหลังจากนี้จะปรับสัดส่วนเป็นภายในประเทศ 60% และระหว่างประเทศ 40% เพื่อเพิ่มชั่วโมงการใช้เครื่องบินให้คุ้มค่า และสร้างรายได้ให้นกแอร์เพิ่มขึ้น

นายวุฒิภูมิ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันเครื่องบินของนกแอร์มีประจำฝูงบิน 14 ลำ แต่ใช้งานได้จริงประมาณ 10 ลำ ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างซ่อมบำรุง โดยตั้งเป้าหมายปีนี้จะให้นำกลับมาใช้ให้ได้ 11-12 ลำ และในสิ้นปีนี้มีแผนรับมอบเครื่องบินเพิ่ม 2 ลำ จากนั้นมีแผนจะเพิ่มเครื่องบินปีละ 4 ลำ ซึ่งภายใน 5 ปี จะมีเครื่องบินประจำฝูงบินเพิ่ม 20-30 ลำ คาดการณ์ว่าจะส่งผลให้การเติบโตของผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 10-15% โดยในปี 2567 สายการบินนกแอร์ขนส่งผู้โดยสารกว่า 4 ล้านคน และในปี 2568 คาดว่าจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ส่วนอัตราบรรทุกผู้โดยสารขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 80% และช่วงตั้งแต่เดือน ต.ค. ตาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 85% อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าปัญหาเที่ยวบินล่าช้าของสายการบินนกแอร์ไม่มีแล้ว โดยประสิทธิภาพการตรงต่อเวลา (OTP) ของสายการบินนกแอร์มากกว่า 85% ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานที่อยู่ที่ประมาณ 80%



