เมื่อเวลา 12.05 น. วันที่ 24 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะโฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) แถลงผลการประชุม ศบ.ทก.ว่า ในการประชุมในวาระพิเศษประจำวันที่ 24 ก.ค. ซึ่งหลายท่านทราบจากการอัปเดตสถานการณ์ผ่านสื่อต่างๆ ศบ.ทก. ขอชี้แจงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วง 2 วันที่ผ่านมา เรื่องแรกในที่ประชุม ศบ.ทก. มีการพูดคุยอัปเดตสถานการณ์ การลอบวางทุ่นระเบิดในพื้นที่บริเวณห้วยบอน ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี จนเป็นเหตุให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กำลังพลกองทัพบกได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 ราย โดยหนึ่งในจำนวนนั้น ได้รับบาดเจ็บสาหัสข้อเท้าขวาขาด ส่วนอีก 4 นายมีอาการแน่นที่หน้าอกจากแรงสั่นเคลื่อนของระเบิด ปัจจุบันอยู่ในการดูแลของแพทย์ และได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน โดยขั้นแรกได้ส่งโรงพยาบาลน้ำยืน จากนั้นในคืนวันเดียวกัน ได้ส่งผู้ป่วยเร่งด่วนไปยังโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าได้มีการโจมตีไปยังโรงพยาบาลของไทย ทั้งนี้ฝ่ายไทยได้มีการอพยพประชาชนจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 คน หนึ่งในจำนวนนั้นเป็นเด็กชายอายุ 5 ขวบ และมีผู้เสียชีวิต 1 คน ในพื้นที่ชุมชนบริเวณชายแดนพนมดงรัก จ.สุรินทร์ ทั้งนี้จากสถานการณ์ในห้วงเวลาที่เกิดขึ้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ต้องขอความกรุณาประชาชน สื่อมวลชน ได้ติดตามข่าวสารช่องทางทางการของเราอย่างต่อเนื่อง เรื่องที่ 2 สืบเนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าว ฝ่ายไทยได้มีการดำเนินการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 มาตรา 39 โดยให้กองทัพไทยจัดตั้งศูนย์บัญชาการทางทหารในแต่ละระดับชั้นขึ้นมาตั้งแต่ยามปกติ เพื่อติดตามสถานการณ์และควบคุมอำนวยการ และสั่งการในการปฏิบัติ โดยศูนย์บัญชาการทางทหาร มีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้บังคับบัญชา สามารถดำเนินการใช้กำลังทางทหารปฏิบัติการทางทหารได้

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า เรื่องที่ 3 ยกระดับมาตรการควบคุมชายแดน จุดผ่านแดนต่างๆ ไปถึงระดับที่ 4 คือการปิดด่านการเข้า-ออกทุกด่านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เรื่องที่ 4 สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรายงานว่า ได้จับตาการเดินทางของกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางโดยเครื่องบินไปเล่นการพนันบริเวณชายแดน และเดินทางกลับเข้าประเทศโดยทางบก ตามแนวชายแดนต่างๆ ซึ่งพฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้ เราไม่สนับสนุน และทางการได้มีการรวบรวมติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการเข้มงวดกับคนกลุ่มนี้มากยิ่งขึ้น ประกอบกับช่วงนี้ เรามีสถานการณ์ตามแนวชายแดน ทำให้ตามแนวชายแดนมีการปิดด่าน จึงไม่สามารถเดินทางกลับเข้าประเทศทางบกได้ จึงขอแจ้งเตือนไปยังประชาชน ที่ยังมีพฤติกรรมลักษณะนี้อยู่ ขอให้งดเรื่องการเดินทางในลักษณะนี้ และสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกประชาชน ทางการไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้จะมีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) วาระพิเศษ เพื่อประเมินสถานการณ์ และกำหนดแนวทางการดำเนินการที่ชัดเจนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป

เมื่อถามว่า ตอนนี้ทางกัมพูชาได้พุ่งเป้าไปที่ประชาชนคนไทย และมีบางส่วนไม่อยากจะออกจากบ้าน จะชี้แจงอย่างไรให้ประชาชนอพยพ พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้มีการดำเนินการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่แล้ว และแน่นอนว่าอาจจะมีบางคนที่ยังไม่อยากออก ก็ต้องบอกว่าตรงนั้นมีความเสี่ยงมาก จึงอยากวิงวอนให้ประชาชนออกจากบ้านไปยังพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่พร้อมอำนวยความสะดวก

เมื่อถามอีกว่า กระสุนของทางกัมพูชาส่วนใหญ่จะลงไปที่ปั๊มน้ำมันและบ้านเรือนของประชาชน พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้เตรียมข้อมูลหลักฐานต่างๆ และเรื่องอาวุธของกัมพูชา เราก็ทราบขีดความสามารถกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะการควบคุมวิถีทิศทางทำได้ยาก ฉะนั้นเวลามาทีจะมาเป็นชุด ส่วนเรื่องผลกระทบหรือความเสียหายอย่างที่เห็นว่าจะไปลงตามบ้านเรือนประชาชน

เมื่อถามอีกว่า ศบ.ทก. จะมีแนวทางอย่างไรให้สถานการณ์คลี่คลาย เพราะนอกจากเรื่องการปิดด่านก็ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องอื่น พล.ร.ต.สุรสันต์  กล่าวว่า เรื่องการแอ๊คชั่น ผอ.ศบ.ทก. บอกว่า ช่วงนี้ ศบ.ทก. มีหน้าที่ติดตาม และสนับสนุนการปฏิบัติงานของทหารในพื้นที่ เพราะเดิมที ศบ.ทก. จะเป็นผู้กำหนดมาตรการต่างๆ ตอนนี้สถานการณ์เริ่มมีการปะทะ ฉะนั้นจำเป็นต้องมีความเร่งด่วน เราไม่ต้องการมีสายการบังคับบัญชาที่ยาวจึงมอบหน้าที่ให้กับผบ.ทสส. ในฐานะผอ.ศบ.ทก. เป็นคนกำกับดูแลทางการทหาร มีอำนาจในการสั่งการไปยังกองทัพและทหารในพื้นที่

ด้านนางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ  ในฐานะโฆษกศบ.ทก.ด้านต่างประเทศ กล่าวว่า สำหรับวันนี้ที่ประชุมศบ.ทก.ได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์ จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา มีกำลังพลของกองทัพบกอีก 5 นายประสบเหตุเหยียบกับระเบิดในพื้นที่ช่องอ่านม้า อ.น้ำยืน จ. อุบลราชธานี อีกครั้ง ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศขอประณามอย่างที่สุดในการละเมิดอธิปไตย การละเมิดอนุสัญญาออตตาวา เช่นเดียวกันและขอแสดงความเสียใจและหวังว่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บจะฟื้นตัวโดยเร็ว โดยในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศจะเดินหน้าประท้วงต่อไปเช่นกัน สำหรับสถานการณ์การปะทะระหว่างกำลังทั้ง 2 ฝ่ายที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ โดยฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายริเริ่ม  ขอเรียนให้ประชาชนมั่นใจว่ากระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการเพื่อปกป้องผลประโยชน์ ท่าทีและอธิปไตยของไทยในเวทีระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ที่สุด และกระทรวงการต่างประเทศพร้อมทำงานอย่างมีเอกภาพดำเนินการไปพร้อมกับกองทัพไทย เพื่อปกป้องอธิปไตย สุดท้ายนี้ขอร่วมส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะที่อยู่ในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่

เมื่อถามว่า ด้านมาตรการทางการทูตขณะนี้เรามีการลดระดับความสัมพันธ์ถึงจุดไหน นางมาระตี กล่าวว่า สำหรับมาตรการทางการทูตอยากจะให้ติดตามการแถลงจากกระทรวงการต่างประเทศในขณะนี้ที่จะมีรายละเอียดเยอะพอสมควร และต้องแยกระหว่างการเรียกทูตกลับ กับระดับความสัมพันธ์ของสองประเทศ ส่วนกระทรวงการต่างประเทศจะตอบโต้อย่างไรนั้น แน่นอนเราตอบโต้หลากหลายมานาน การเริ่มก่อน การละเมิดที่ไม่ใช่แค่กฎหมายระหว่างประเทศ แต่เป็นกฎหมายระหว่างประเทศด้านมนุษยธรรม.