ถือเป็นอีกหนึ่งครอบครัวคนบันเทิงที่แฟนๆชอบหนักมากสำหรับครบครัวของ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ที่ล่าสุดควงคู่ คุณแม่โอ๋ – ธนภรณ์ เวชสุภาพร เปิดสูตรชีวิตวัยเกษียณในรายการ Tuck Talk เล่าเคล็ดลับในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข วิธีดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดีในวัยสูงอายุ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ถ้าดูแลตัวเองดีไม่มีคำว่าแก่ รวมถึงความสัมพันธ์ภายในครอบครัว มีสุขเต็มที่ ปล่อยวางเรื่องลูกหลาน

โต๋ เผยว่า “ผมสนิทกับคุณแม่มากตั้งแต่เด็ก ๆ คุณแม่เป็นคนแบบพาขับรถพาไปเรียนเปียโนตั้งแต่เด็ก ๆ ทุกสเต็ปในการใช้ชีวิตของเรา คุณแม่ก็จะสอนมาตั้งแต่เด็ก ๆ พอโตขึ้นมา เราเข้าวงการคุณแม่ก็จะช่วยดูแลโน้นนี่ แต่พอเราเริ่มมีรายการออนไลน์ แล้วพอชวนคุณแม่มาทำรายการ กลายเป็นเวลาไปที่ไหนคุณแม่ไม่ต้องไปด้วยเลย เจอหน้าผมปุ๊บ แม่มาเปล่า ถามถึงแต่แม่ตอนนี้ครับ อยากเจอคุณแม่มาก คนจะพูดถึงคุณแม่ ทุกเช้าทุกคนเห็นคุณแม่ว่า ถ่ายรายการ ถ่าย TikTok หรือทำคอนเทนต์นู่นนี่ จริง ๆ มันคือธรรมชาติของเขาเลยครับ ทุกเช้าเลยนะ ตั้งแต่เช้า ๆ 6 – 8 โมง ลงมาคือหน้าผมพร้อมแล้ว ไม่ว่าจะมีถ่ายรายการหรือไม่ก็ตาม หรือจะไปแค่ซูเปอร์มาร์เก็ต เขาก็พร้อมเสมอครับ เรื่องผมนี่ก็สระเองทุกวันเลยนะครับ ไม่ใช่ไปทำร้านนะสระเอง เป่าผมเอง ทุกวันจริง ๆ ลองถามดูได้เลยครับ ที่คุณแม่แต่งตัวสวยๆ รู้สึกดีครับ รู้สึกดีใจ แล้วก็ภูมิใจมากครับ เพราะในมุมของผม การที่คุณแม่ดูแลตัวเอง แต่งตัวสวยๆ แบบนี้ มันหมายความว่าเขามีความสุข คือถ้าเรามีความสุขจากข้างใน มันจะมีแรงในการตื่นมาดูแลตัวเอง พอเรามีพลังแบบนั้น เราก็ส่งต่อพลังดี ๆ ให้คนรอบตัวได้ แล้วนั่นแหละครับคือสิ่งที่ผมรักมาก พอทุกเช้าผมลงมาเจอคุณแม่แต่งตัวสวย แฮปปี้ ผมรู้สึกภูมิใจมาก เพราะคิดว่าคนที่ดูแลเรามาครึ่งชีวิต ตอนนี้ถึงเวลาที่เขาจะได้ใช้ชีวิตของเขาเองแล้วนะ ได้แต่งตัว ได้ไปเที่ยว ได้กลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง ไม่ต้องห่วงเราแล้ว เขาดูแลเรามาแล้วเต็มที่”

“สำหรับคุณแม่ จริง ๆ ก็ห่วงแค่เรื่องสุขภาพ เราก็คุมให้แม่ด้วยส่วนหนึ่ง นอกนั้นไม่ห่วงเลย คุณแม่จะไปเที่ยว จะไปปาร์ตี้กับเพื่อน กลับดึกยังไงไม่ว่า แต่ถ้าผมกลับจากคอนเสิร์ตดึก ๆ แล้วแม่ยังไม่กลับ ผมนี่โทรเลย คุณแม่อยู่ไหน ยังไม่ถึงบ้านเหรอ ผมเล่นคอนเสิร์ตจบแม่ยังไม่กลับบ้าน จริง ๆ แล้วเรามีความสุขกับสิ่งนี้มากครับ จะไปกิน ไปเที่ยวที่ไหนไปเลย คือเราแบบคุณแม่เดี๋ยวเตรียมรถตู้ให้ มีคนขับคนช่วยดูแลให้คุณแม่ อยากจะไปไหนคือเรา เราดีใจเราไปส่งด้วย ถ้าเราว่างเราไปส่งเราไปรับได้ คืออยากให้เขาเอนจอยกับชีวิตครับ เรื่องลูก ก็คิดครับ มีในใจกันบ้างครับ คือเราทำงานกันหนัก แล้วผมคิดว่าทุกคนก็ต้องมีเป้าหมายในชีวิตว่า เราจะทำอะไรกัน เราก็มีแพลนคร่าว ๆ ในใจ อยากจะทำไป Next Step ต่อไปในชีวิตเราจะเป็นยังไง”

แม่โอ๋ เผยว่า “ทำไมเราต้องปล่อยไปตามอายุนะ พอคนเราอายุมากขึ้น แม่ว่ามันต้องแต่งมากขึ้น เพราะว่าถ้าเราไม่แต่ง ผิวพรรณเราก็ไปตามวัย มันก็เหี่ยว ส่องกระจกก็ตกใจตัวเอง แล้วเราจะไปตกใจทำไม ทุกวันเราก็แต่งเลยค่ะ แต่งมันทุกวัน แต่งตั้งแต่สมัยก่อน คุณนคร (สามี) เขาเคยถามนะ ทำไมต้องแต่งหน้าทุกวัน ฉันก็บอก “ก็แต่งให้เธอไง สวยมั้ยล่ะ?” เขาก็ตอบ “เออ ใช่ สวย” ถ้าเราไม่แต่งหน้าเนี่ย ผู้หญิงก็กลายเป็น ป้า ผู้ชายก็เป็น อาแปะ ไหวไหม ลองมองตัวเองในกระจกสิ บางวันยังตกใจเลย แบบนี้ต้องแต่ง ต้องสวย ต้องหอมตลอด เรื่องสุขภาพ ไม่มีโรคประจำตัว เดี๋ยวนี้แข็งแรงขึ้นเยอะค่ะ แต่ก่อนนี่ไม่ออกกำลังกายเลย เพราะกลัวหน้าละลาย จนวันหนึ่งไปเที่ยวกับลูก ๆ แล้วมีทางขึ้นเขา เห็นบันไดแล้วรู้เลยว่าไม่ไหวก็เลยไม่ได้ขึ้นไป แล้วลูก ๆ เขาก็เป็นห่วง ไม่ขึ้นกันหมดเลยเพราะเป็นห่วงแม่ เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกว่าเราจะเป็นตัวถ่วงเขาทำไม ถ้ามาเที่ยวแล้วเราไม่ไหว ทุกคนก็ไม่สนุกต้องไม่เป็นภาระคนอื่น จากนั้นก็เริ่มออกกำลังกาย เริ่มจากเดิน เดินในหมู่บ้านนี่แหละ เดินไปเดินมาก็ได้เกือบ 3 กิโล ทุกคนเจอก็ทักกัน เหมือนเป็นเจ้าของหมู่บ้าน เดินไปเดินกลับ 3 กิโลกว่า แต่รถมันเยอะ เขาก็เป็นห่วงบอกว่า คุณแม่จะไปเดินทำไมนอกบ้านไม่เดินในบ้าน อุตส่าห์ทำห้องให้แล้วก็ไม่เดิน เราก็เดินฟังเพลงของเราไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวรถเฉี่ยว ก็เลยทำให้เดินในบ้านเลย เดินก็ชั่วโมงนึงก็ประมาณเกือบ 3 กิโล แล้วก็จ้างเทรนเนอร์เลย อาทิตย์ละ 2 ครั้ง เวทเทรนนิ่งกันไป บาลานซ์กันไป กระฉับกระเฉงขึ้น เราดูแลตัวเองหมดเลยค่ะ เป็นคนซื้ออาหารเองด้วย เราโตแล้วก็เข้าใจว่าอะไรเหมาะกับตัวเรา อย่างตอนเย็นนี่ เราจะไม่กินของหนัก ๆ เพราะมันทำให้นอนไม่หลับค่ะ กินแล้วมันอึดอัด ก็จะเลือกกินเบา ๆ อย่างปลาแทน เช่น ปลาต้ม ปลาย่าง ก็สลับกันไปค่ะ กลางวันหนักได้ ตอนเช้าก็เรียบง่ายมาก ทานแค่กาแฟดำกับไข่ต้ม ถ้ากลางวันเผลอทานเยอะ เย็นวันนั้นจะลดเลยค่ะ อาจจะทานแค่นิดเดียว”

“ความสุขของแม่ตอนนี้ หรือในวัยนี้ ลูก ๆ ก็โตกันหมดแล้ว เป็นฝั่งเป็นฝา การงานก็ดี มีชีวิตเป็นของเขา ทีนี้เราก็ต้องมีชีวิตของเราเองบ้าง อยากไปไหน อยากทำอะไรก็ทำ อย่างคุณนคร เขาก็มีของเขา ชอบตกปลาก็ไปตกปลา เราไม่เอาหรอกค่ะ ไม่ชอบออกแดด แพ้แดด หน้าแพง เราชอบ ไปกินข้าวกับเพื่อน ฟังเพลง คุยกันสนุก ๆ เสื้อผ้า หน้าผม ผิวพรรณนี่เป็นเรื่องหลักเลยค่ะ คือลูกเขาก็ต้องมีชีวิตของเขา มีครอบครัวของเขา ต้องไปดูแลครอบครัวของตัวเอง หน้าที่เราเสร็จแล้ว ลูกโตหมดแล้ว เราก็ต้องหันกลับมาห่วงตัวเอง ใช้ชีวิตของเราให้มีความสุข อยากไปเที่ยวก็ไป ไปกินข้าวกับเพื่อน ไปฟังเพลง ไปดูหนัง อยากทำอะไรก็ทำ อย่าไปกังวลเขา เพราะเขามีความสุขแล้ว เราก็ต้องหาความสุขของเราเอง ถ้ามัวแต่น้อยใจ เราจะเครียด จะรู้สึกแก่ลง เพราะงั้นออกไปใช้ชีวิต ส่วนเรื่องหลาน ไม่อยากกดดัน แต่ถามทุกวันเลย เมื่อไหร่จะมี ส่วนเคล็ดลับวัยเกษียณ ก็ปล่อยวางค่ะ อยากทำอะไรก็ทำเลย อย่าไปห่วงลูกมาก เขาโตแล้ว เขามีชีวิตของเขา เราก็ต้องดูแลสุขภาพและอารมณ์ของเราเอง อย่าวีนลูกบ่อย ไม่ต้องไปยุ่งกับเขาเยอะ ครอบครัวเขาก็เรื่องของครอบครัวเขา อย่าไปชำเลืองบ่อย มองตรง ๆ”