เมื่อวันที่ 29 เม.ย. นายนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวในการเป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจอนุบัญญัติกฎหมายการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งว่า ผลสำรวจประชากรคนไร้บ้าน โดย พม. ร่วมกับกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ช่วงปี 2559, 2561 และ 2563 พบมีจำนวนเพิ่มขึ้น จาก 1,307 คน เป็น 2,720 คน และ 3,534 คน ตามลำดับ ส่วนปี 2566 ลดลง เหลือ 2,499 คน ส่วนใหญ่ มีอายุอยู่ในช่วง 40-59 ปี คิดเป็น 56.8% จังหวัดที่มีคนไร้บ้านมากที่สุด 7 อันดับ คือ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น กาญจนบุรี นครราชสีมา และสงขลา ที่สำคัญมีคนไร้บ้านหน้าใหม่สูงถึง 39% หากเราสามารถเข้าถึงและสนับสนุนคนกลุ่มนี้ครอบคลุมทุกมิติ จะช่วยให้กลับมาตั้งหลักชีวิตได้รวดเร็วขึ้น

นายนิกร กล่าวว่า ทั้งนี้ กระทรวง พม. โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) จึงบูรณาการภาคีเครือข่ายจัดทำอนุบัญญัติภายใต้ พ.ร.บ.การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 2 ฉบับ คือ 1.ระเบียบสวัสดิการที่พักอาศัยด้วยรูปแบบร่วมจ่าย ที่คนไร้บ้านร่วมสมทบและรัฐช่วยสนับสนุนค่าเช่าตามจริงไม่เกิน 1,500 บาทต่อเดือน ค่าน้ำค่าไฟไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน และ 2.ระเบียบสวัสดิการครอบครัวอุปการะ โดยรัฐสนับสนุน 5,000 บาทต่อคนต่อเดือน เพื่อให้คนไร้ที่พึ่งสามารถกลับไปดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมแบบครอบครัวได้

ด้าน น.ส.แรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ยื่นขอสนับสนุนค่าเช่าที่พักมาแล้ว 164 ยูนิต จากเป้าหมาย 180 ยูนิต และครอบครัวอุปการะ 96 ราย จากเป้าหมาย 100 ราย ยังสามารถยื่นขอสนับสนุนได้ที่ภาคีเครือข่ายและกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ โดยจะพิจารณาและจัดสรรเงินได้ในเดือน มิ.ย. เนื่องจากเป็นการริเริ่มโครงการครั้งแรก จึงไม่สามารถจัดสรรตอบโจทย์ได้ทั้งหมด ซึ่งกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ จะรวบรวมข้อมูลเป็นฐานในการเสนอของบประมาณดำเนินการปี 2570 ต่อไป ถือเป็นนวัตกรรมเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมในการปลดล็อกความเหลื่อมล้ำได้มากพอสมควร.