เมื่อวันที่ 21 พ.ค. นายสมคิด เชื้อคง อดีตสส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย และอดีตคณะกรรมาธิการและโฆษกคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้น ชัดเจนว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เลือกที่จะโยนให้สภาเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งทุกพรรคมีสิทธิเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ สุดท้ายก็ต้องขึ้นอยู่กับพรรคภูมิใจไทยว่ามีความจริงใจแค่ไหนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 60 หรือเป็นเพียงพิธีกรรมเพื่อไม่ให้ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์หลังจากที่ประชาชนลงมติ 21 ล้านเสียงให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นายสมคิด กล่าวต่อว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 60 ทำได้ยากมาก เพราะติดเงื่อนไขที่ต้องใช้เสียง สว.สนับสนุนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 60 มาโดยตลอด แต่ก็เป็นไปได้ยาก จะเห็นได้ว่าในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา การแก้ไขรัฐธรรมนูญตกม้าตายในขั้นตอนของ สว. เพราะส่วนหนึ่งเป็นกับดักที่คนเขียนรัฐธรรมนูญสร้างปัญหาไว้ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปได้ยาก ทำให้การแก้ไขไม่ได้ไปต่อ มาจนถึงครั้งล่าสุดที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่นำโดยพรรคภูมิใจไทย สุดท้ายก็เป็นมวยล้มต้มคนดูในที่สุด
“ครั้งนี้ต้องวัดใจกันว่า พรรคภูมิใจไทยจะสามารถโน้มน้าวใจ สว.ให้เห็นด้วยหรือไม่ หรือผู้มีอำนาจนอกรัฐธรรมนูญจะจริงใจแค่ไหนในการกดปุ่มไฟเขียวให้มีการแก้ไขได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ การแก้ไขมาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จะมาจากที่ไหนก็ให้ไปกำหนดกติกากันในที่ประชุมรัฐสภา แต่ที่สำคัญคือ ต้องแก้มาตรานี้ก่อน ซึ่งในครั้งนี้หากรัฐบาลจริงใจสามารถฝ่าด่าน สว.ได้ก็สามารถนับหนึ่งการแก้รัฐธรรมนูญได้อย่างแน่นอน” นายสมคิด กล่าว



