มวนตัวห้ำ Cardiastethus exiguus Poppius หรือที่คนในกรมวิชาการเกษตร เรียกขานกันสั้นๆว่า “มวนตัวห้ำเอ็กซีกูอัส” ไม่เพียงจะเป็นการพบตัวห้ำชนิดใหม่เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นการค้นพบตัวห้ำกำจัดเพลี้ยไฟ แมลงศัตรูพืชตัวร้ายทำลายพืชเศรษฐกิจของไทยด้วย

ไม่ว่าจะเป็นกล้วยไม้ ข้าว มะม่วง มะเขือเทศ มังคุด พริก ฯลฯ ล้วนเป็นอาหารโอชะของเพลี้ยไฟและด้วยเป็นแมลงศัตรูพืชที่มีขนาดเล็ก สามารถหลบซ่อนได้ทุกซอกอณูของพืช การฉีดพ่นสารกำจัดจึงโดนตัวไม่ถนัดถนี่… เพลี้ยไฟเลยกลายเป็นแมลงศัตรูที่มีการดื้อยามากที่สุด

การพบครั้งนี้ เป็นการพบโดยบังเอิญในไร่มันสำปะหลัง จ.กาญจนบุรี เมื่อปี 2555 ที่มารู้ภายหลังว่าเป็นมวนตัวห้ำชนิดเดียวกับที่เจอในอินเดีย ศรีลังกา ที่เขานำไปใช้กำจัดหนอนหัวดำ แต่เมื่อนำมาศึกษาวิจัย ทดลอง ให้กินแมลงศัตรูพืช เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง ไรแดง เพลี้ยอ่อน แมลงหวี่ขาว ปรากฏว่ามันชอบเพลี้ยไฟมากที่สุด

ผลการทดลองในห้องแล็บ มวนตัวห้ำที่พบเจอสามารถกินเพลี้ยไฟได้ถึงวันละ 30 ตัว แต่ทดลองในโรงเรือน กินเพลี้ยไฟได้วันละ 15 ตัว

ตลอดช่วงชีวิต 1 เดือน แต่ละตัวสามารถกินเพลี้ยไฟได้ถึง 300 ตัว นอกจากนั้นยังกินได้ไวอีกต่างหาก แค่ฟักตัวออกจากไข่วันแรก สามารถจับเพลี้ยไฟมากินได้ทันที

ถือว่าเป็นการค้นพบมวนตัวห้ำที่มีศักยภาพในการควบคุมเพลี้ยไฟได้มากกว่าตัวห้ำชนิดอื่นเท่าที่เคยพบมาในประเทศไทย

ไม่เพียงเท่านั้นการศึกษาวิจัยหาวิธีเพาะขยายพันธุ์เพื่อนำไปปล่อยแพร่พันธุ์ให้กำจัดเพลี้ยไฟในแปลงเกษตร ยังทำได้ง่าย

“สามารถใช้ไข่ผีเสื้อข้าวสารผลิตได้ มาใช้เป็นอาหารเลี้ยงได้ และยังวางไข่ได้มากกว่า จากที่เลี้ยงด้วยการให้กินเพลี้ยไฟเป็นอาหาร จะให้ไข่แค่ 200 ฟอง แต่เมื่อเลี้ยงด้วยไข่ผีเสื้อข้าวสารให้ไข่เพิ่มขึ้นมาถึง 400 ฟอง แต่ละตัวยังให้ไข่ได้มากถึง 7-8 รุ่นไม่เหมือนกับการเลี้ยงมวนตัวห้ำกินเพลี้ยไฟบางชนิด อย่าง “โอเรียส แม็กซิเดนเท็กซ์” ที่ต้องเลี้ยงด้วยเนื้อเยื่อพืช

เป็นไปไม่ได้เลยที่จะให้เกษตรกรทำได้เองต่างจาก เอ็กซีกูอัส เลี้ยงด้วยไข่ผีเสื้อข้าวสาร เกษตรกรสามารถทำได้เอง เพราะเราได้มีการถ่ายทอดให้เกษตรกรนำไปใช้เพาะเลี้ยงแตนเบียน แมลงช้างปีกใสมาก่อนแล้ว