ลำไย ต้นสูงตรงและมีรากแก้ว ต้นกิ่งตอนมีทรงพุ่มแผ่กว้างและมีรากฝอย ต้นสูง 9-15เมตร ทรงพุ่มกว้าง 5-10 เมตร เปลือกลำต้นสีน้ำตาลหรือสีเทาปนน้ำตาล แตกเป็นสะเก็ดและมีร่องขรุขระเมื่อต้นมีอายุ กิ่งกลม ทำมุมแคบและเนื้อไม้มักเปราะทำให้กิ่งหักง่าย   ใบประกอบที่มีใบย่อยอยู่บนก้านใบร่วมกัน ใบย่อยจัดเรียงตัวแบบตรงข้ามหรือสลับกัน ขนาดใบประกอบกว้างและยาวแตกต่างกัน ก้านใบประกอบด้านบนสีน้ำตาลแดง เขียวปนเทาหรือเขียวปนน้ำตาล ก้านใบประกอบด้านล่างสีเขียวปนน้ำตาล เขียวหรือเขียวปนเทา

สีใบอ่อน แบ่งได้ 3 กลุ่มสีคือสีเหลืองปนเขียว สีส้มปนเทาและสีแดงปนเทา สีใบแก่ส่วนมากเป็นสีเขียวและเขียวปนเหลือง ใบย่อยมีความกว้าง ยาว และก้านใบย่อยแตกต่างกันใบส่วนมากมีรูปร่างรี นอกนั้นอาจเป็นรูปร่างหอกกลับ รีค่อนข้างกว้างและรีค่อนข้างแคบ ใบเกือบทุกพันธุ์มีขอบใบเรียบ ยกเว้นพันธุ์ซูเหลียงมีขอบใบเป็นคลื่น และเบี้ยวเขียวลำพูน หนานซาวมีขอบใบหยัก ฐานใบย่อยเป็นลิ่ม ปลายใบย่อยมีทั้งมน แหลมหรือเรียวแหลม แผ่นใบมักเรียบ เนื้อใบมีทั้งคล้ายกระดาษและคล้ายแผ่นหนัง

ช่อดอกและดอก  ลำไยเริ่มออกดอกในปลายเดือนมกราคมหรือต้นเดือนกุมภาพันธ์ พันธุ์ดอและใบดำมักออกดอกเร็วกว่าพันธุ์อื่น ช่อดอกมักพัฒนาจากปลายยอดใบซึ่งแก่เต็มที่ แต่บางครั้งอาจพัฒนาจากตาข้างของยอดใบที่เจริญเต็มที่แล้วก็ได้ การจัดเรียงดอกย่อยเป็นแบบแพนนิเคิลคือ ก้านช่อดอกหลักมีก้านแขนงแยกออกไปและก้านแขนงก็แตกแขนงต่ออีกครั้งก้านช่อดอกสีครีมปนเหลือง  ผลหลังผสมพันธุ์แล้วกลีบดอกกระเทยทำหน้าที่ดอกตัวเมียจะเหี่ยวและหลุดร่วง รังไข่ทั้งสองพู เริ่มพัฒนาพร้อมกัน เมื่อผลอ่อนมีขนาด 2-3 มิลลิเมตร

รังไข่พูหนึ่งจะหยุดพัฒนาและแห้งเหี่ยวไป แต่รังไข่อีกพูยังพัฒนาต่อเป็นผลเดี่ยวต่อไปผลมีรูปร่างกลมหรือกลมแป้น ปลายผลป้านกลม ขนาดผลน้ำหนักผล น้ำหนักเนื้อและน้ำหนักเปลือกแตกต่างกันตามพันธุ์ เนื้อพัฒนาจากเนื้อเยื่อรอบก้านเมล็ดที่พัฒนาโอบรอบจนมิด เนื้อสีขาวขุ่น สีน้ำผึ้งและขาวอมชมพูแตกต่างกัน เนื้อมีทั้งแห้ง  หรือแฉะน้ำ ปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้และเนื้อที่รับประทานได้แตกต่างตามพันธุ์ เมล็ดรูปร่างกลมหรือกลมแบน เมล็ดเรียบเป็นมันสีน้ำตาลหรือน้ำตาลดำ ส่วนติดขั้วเมล็ดมีวงกลมสีขาว  คล้ายลูกนัยน์ตา จึงเรียกว่า “ตามังกร” รูปร่าง ขนาด และน้ำหนักแตกต่างตามพันธุ์

ส่วนประโยชน์ของลำไย

ลำไยสามารถช่วยบำรุงระบบการทำงานของสมองได้ เช่น ทำให้ความจำดี เสริมสร้างสติปัญญา กระตุ้นการไหลเวียนของออกซิเจนไปสู่สมอง และทำให้สมองไหลลื่นเมื่อใช้ความคิด เนื่องจากเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียมโดยสามารถเสริมสร้างระบบการทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อให้เป็นปกติ ลำไยมีสรรพคุณในการดูแลผิวพรรณให้มีสุขภาพดีขึ้นเพราะประกอบไปด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ แน่นอนว่า จะช่วยบำรุงผิวพรรณจากภายในให้เปล่งปลั่งสดใส ผิวหนังมีความเต่งตึง แลดูกระชับ สุขภาพดีและห่างไกลจากริ้วรอยความแก่ได้ มีธาตุเหล็กและธาตุทองแดงที่ช่วยป้องกันร่างกายไม่ให้อ่อนเพลีย ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น และเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานสูง จึงช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่ายิ่งขึ้น เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่มีอาการอ่อนเพลีย

ลำไยอุดมไปด้วยฟอสฟอรัสที่มีส่วนช่วยบรรเทาอาการปวด ไม่ว่าจะเป็นบริเวณข้อ กระดูก หรือกล้ามเนื้อ และยังช่วยลดอาการข้ออักเสบได้ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยพบว่า ในเมล็ดลำไยมีสารกลุ่ม gallic acid   corilagin และ ellagic acid ช่วยลดระดับกรดยูริกที่เป็นสาเหตุของโรคเก๊าต์ได้ ลำใยอุดมไปด้วยวิตามินซีอย่างพอเหมาะ แม้ว่า จะเป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวาน แต่กลับสามารถช่วยให้กระดูกและฟันของคุณแข็งแรงขึ้นได้ ช่วยแก้อาการเบื่ออาหาร เพราะอุดมไปด้วยวิตามินบีหลายชนิด ซึ่งมีส่วนช่วยให้เจริญอาหารและบริโภคอาหารได้มากยิ่งขึ้น

ลดความเครียด ไม่ว่าจะเป็นความเครียดจากการทำงาน จากปัญหาต่างๆในชีวิตประจำวัน หรืออื่นๆ ก็สามารถกินลำไยเพื่อแก้เครียดได้ เพราะมีวิตามินบี 12 ที่จะช่วยในการกระตุ้นให้สมองหลั่งฮอร์โมนที่จะช่วยลดความเครียดออกมามากขึ้นจึงทำให้รู้สึกผ่อนคลาย พร้อมลดอาการเหนื่อยล้า และอ่อนเพลียได้ดีนั่นเอง ลำไยสามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุได้เพราะจะช่วยบำรุงและกระตุ้นการทำงานของสมอง ทำให้ความจำดี และคิดวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ ตามตำราจีนระบุว่า ให้นำลำไยมาต้มกับโสมแล้วเอาแต่น้ำมาดื่มเป็นประจำจะช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้

แม้ลำไย จะมีประโยชน์แต่การกินมากเกินไปอาจจะ ทำให้ร้อนในจริงหรือ เจ็บคอ เป็นไข้ และตาแฉะ ผู้ป่วยเบาหวานควรเลี่ยงการกินลำไย   คนท้องกินลำไยไม่ใช่ของต้องห้ามที่ไม่ควรกินระหว่างตั้งครรภ์แต่อย่างใด ทว่าเช่นเดียวกับผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงชนิดอื่นๆอย่าง ทุเรียน กล้วย หรือสับปะรด ไม่ควรกินลำไยเพียงอย่างเดียวในปริมาณมาก เพราะอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นสูงและเสี่ยงเกิดเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้