เมื่อวันที่ 26 พ.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ. และ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. โดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังร่วมกันจับกุม นางสาวจ๋อม อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครสวรรค์ ที่ จ.439/2567 ลงวันที่ 24 กันยายน 2567 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น” โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค. 67 ได้มีแก๊งมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ โทรศัพท์ไปหาผู้เสียหายและมารดา โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุทัยธานี ข่มขู่ว่าบัญชีธนาคารของมารดาถูกนำไปใช้เป็นบัญชีม้าพัวพันกับคดีฟอกเงินและค้ายาเสพติด ก่อนจะให้แอดไลน์ที่ใช้ชื่อว่า “สภ.เมืองอุทัยธานี” มีการส่งภาพบัตรข้าราชการตำรวจปลอม เอกสารราชการปลอม และซ้ำร้ายยังกล้า “วิดีโอคอล” ทำทีเหมือนนั่งอยู่หน้าสถานีตำรวจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จนผู้เสียหายเกิดความตกใจกลัว

จากนั้นคนร้ายได้ออกอุบายแกมบังคับ สั่งห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร และให้โอนเงินในบัญชีทั้งหมดมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินชั่วคราว หากบริสุทธิ์ใจจะโอนคืนให้ทันที ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงโอนเงินจำนวน 380,000 บาท เข้าไปยังบัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต ชื่อบัญชี นางจ๋อม ผู้ต้องหา
ต่อมาคนร้ายยังพยายามเค้นให้เหยื่อนำทองคำไปขายเพื่อโอนเงินมาเพิ่ม แต่ผู้เสียหายเริ่มเอะใจจึงปรึกษาญาติและรู้ว่าถูกหลอก จึงรีบเดินทางเข้าแจ้งความ
จากการตรวจสอบประวัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า บัญชีของนางสาวจ๋อม ยังผูกโยงกับคดีหลอกลวงประชาชนในอีกหลายพื้นที่ในลักษณะเดียวกัน เช่น พื้นที่ จ.สุรินทร์ หลอกเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ อ้างมีพัสดุตกค้างและเอกสารส่วนตัวพัวพันยาเสพติด ก่อนโอนสายให้คุยกับ ตร.ปลอม สภ.เมืองภูเก็ต หลอกโอนเงินสูญอีก 7,000 บาท พื้นที่ จ.สกลนคร อ้างเป็นตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต ข่มขู่เรื่องพัสดุตกค้างและคดีฟอกเงิน จนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีม้าตัวนี้ไปอีกถึง 592,630.47 บาท กระทั่งถูกจับกุมตัวได้ที่หน้าห้างดังย่านรังสิต
จากการสอบสวนเบื้องต้น นางสาวจ๋อม ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่า ช่วงปลายปี 2566 มีคนในหมู่บ้านชักชวนว่าไปเปิดบัญชีธนาคารแล้วได้เงินดี ตนเห็นว่ารายได้ดีจึงยอมนั่งรถข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชาผ่านช่องทางธรรมชาติ กบดานอยู่ 3 วัน เพื่อทำหน้าที่สแกนใบหน้าเปิดบัญชี ได้ค่าจ้างเพียงบัญชีละ 1,000 บาท เปิดไปทั้งหมด 4 บัญชี ได้เงินมา 4,000 บาท ไม่คิดว่าจะถูกนำมาใช้หลอกลวงคนอื่นจนมีมูลค่าความเสียหายเกือบล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางม่วง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



