เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 25 ก.ค. 2569 ที่วัดสนามเหนือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มีการจัดเตรียมสถานที่เพื่อประกอบพิธีฌาปนกิจ นายจารุกิตติ์ รอดหลง หรือ “จา” อายุ 25 ปี อดีตนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีช่างกลปทุมวัน ผู้เสียชีวิตจากเหตุถูกคนร้ายประกบยิงกลางซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 23 เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา

โดยพิธีในวันนี้ได้รับเกียรติจาก นายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด เป็นประธานทอดผ้าบังสุกุล ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ครอบครัว ญาติ เพื่อนสนิท ตัวแทนบริษัทเอกชน ศิษย์เก่าช่างกล ขสทบ. ศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน รวมถึงเพื่อนจากโรงเรียนปากเกร็ด ต่างทยอยเดินทางมาร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

ศิษย์เก่าช่างกลปทุมวันบุกโรงพักปากเกร็ด ทวงคดียิง ‘จา’ ตั้งรางวัลนำจับ 1 แสนบาท

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจงานป้องกันและปราบปราม สภ.ปากเกร็ด นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 20 นาย เข้าดูแลความปลอดภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ภายในงาน

ก่อนเริ่มพิธี นางลีลาวดี ต้นแทน ย่าของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันที่ใกล้ถึงเวลาส่งหลานชายเป็นครั้งสุดท้าย แต่ยังคงรู้สึกกังวลเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดี เกรงว่าตำรวจจะยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้

นางลีลาวดี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุยังรู้สึกห่วงเรื่องความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว ไม่ทราบว่ามีฝ่ายคู่กรณีเข้ามาแวะเวียนบริเวณบ้านหรือที่วัดหรือไม่ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว

“ถ้าหลานยังอยู่ อยากบอกว่าไม่ต้องห่วง ให้ไปดี ไปสู่ภพภูมิที่ดี ย่าจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้” นางลีลาวดี กล่าว

พร้อมระบุว่า แม้จะให้อภัยผู้ก่อเหตุและไม่ติดใจ แต่ขอให้ทุกอย่างดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรม และอยากให้ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัว

นางลีลาวดี ยังเล่าด้วยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้ยินเสียงคล้ายคนวิ่งขึ้นบันได ทำให้รู้สึกคิดถึงหลานชาย เนื่องจากที่ผ่านมาอาศัยอยู่ด้วยกันเพียงสองคน หลังจากนี้ต้องอยู่บ้านเพียงลำพัง แต่ยังมีญาติพี่น้องคอยอยู่ใกล้เคียง

ด้าน นายเอ (นามสมมุติ) รุ่นพี่ช่างกลปทุมวัน กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาร่วมอำลาเพื่อนเป็นครั้งสุดท้าย เชื่อว่าผู้เสียชีวิตได้จากไปอย่างสงบ ส่วนคนที่ยังอยู่ต้องเดินหน้าต่อไป

นายเอ กล่าวว่า เชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ พร้อมฝากถึงผู้ที่ก่อเหตุว่า การกระทำทุกอย่างย่อมมีผลตามมา

“เชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม ใครทำสิ่งใดโดยไม่คิดถึงคนใกล้ตัว คนรอบข้าง และคนข้างหลัง สุดท้ายทุกอย่างย่อมมีผลของการกระทำ” นายเอ กล่าว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.