เมื่อวันที่ 25 ก.ค. นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความให้ความรู้เรื่องสุขภาพ ลงในเพจหมอเจด ระบุว่า

ตื่นเช้ามาความดันพุ่ง! สัญญาณที่คนเสี่ยง Stroke ไม่ควรมองข้าม!

ความดันสูงตอนเช้าไม่ได้จำเป็นต้องปวดหัวหรือมึนทุกคนครับ บางคนตื่นมาเดินคุยได้ปกติ แต่พอวัดกลับเจอตัวบน 150-160 ติดต่อกันหลายวัน โดยเฉพาะคนที่เคยเป็น Stroke หรือ TIA แบบนี้อย่ารอให้มีอาการก่อน เพราะความดันสูงเป็นตัวเสี่ยงสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดสมองตีบหรือแตกซ้ำได้ สิ่งที่ต้องสังเกตจึงไม่ใช่แค่อาการ แต่เป็น “รูปแบบของตัวเลข” ที่เริ่มผิดไปจากเดิมครับ

1. ตื่นมาวัดแล้วสูงซ้ำหลายวัน

ถ้าตอนเช้าวัดถูกวิธีแล้ว ความดันยังสูงซ้ำ ๆ ไม่ใช่ขึ้นแค่วันเดียวจากนอนไม่พอหรือรีบวัด แบบนี้ควรเอาค่าที่จดไว้ไปคุยกับหมอครับ โดยเฉพาะคนที่เคยเป็น Stroke ไม่ควรรอให้ตัวเลขสูงจนชิน เพราะแม้ไม่มีอาการ ความดันที่คุมไม่ดีก็ยังทำร้ายหลอดเลือดสมองได้เรื่อย ๆ การวัดที่บ้านจึงช่วยดูได้ว่ายาที่ใช้อยู่คุมความดันตลอดวันจริงหรือไม่ครับ

2. ตอนเช้าสูงกว่าตอนเย็นชัดเจน

ปกติใกล้เวลาตื่น ความดันจะสูงขึ้นตามธรรมชาติอยู่แล้วครับ เพราะร่างกายกำลังปลุกหัวใจและระบบประสาทให้กลับมาทำงาน แต่ถ้าตอนเย็นอยู่ประมาณ 120-130 พอตื่นเช้าขึ้นไป 150-160 บ่อย ๆ หรือสูงกว่าค่าประจำอย่างเห็นได้ชัด แบบนี้เป็นรูปแบบที่ควรให้หมอประเมิน ไม่ใช่ดูแค่ค่าที่วัดตอนคลินิกครั้งเดียวครับ ความดันตอนเช้าที่สูงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงที่พบเหตุการณ์ทางหัวใจและหลอดเลือด รวมถึง Stroke มากขึ้นในคนกลุ่มเสี่ยง

3. ยังกินยาเหมือนเดิม แต่ก่อนกินยาตอนเช้าค่าสูงทุกวัน

บางคนกินยาครบ ไม่เคยลืมครับ แต่พอวัดก่อนกินยามื้อเช้า ความดันกลับสูงทุกวัน แบบนี้อาจต้องดูว่ายาคุมได้ครอบคลุมถึงช่วงเช้าหรือไม่ หรือมีปัจจัยอื่นซ่อนอยู่ เช่น กินเค็ม โรคไต หรือหยุดหายใจตอนหลับ อย่าเห็นค่าสูงแล้วกินยาเพิ่มเอง หรือย้ายยาไปกินก่อนนอนเองนะครับ เพราะช่วงอื่นความดันอาจตกจนหน้ามืดได้ ให้จดค่าตอนเช้าและเย็นไปให้หมอพิจารณาปรับแผนแทน

4. ตื่นมาความดันสูง พร้อมปวดหัวหรือมองเห็นผิดปกติ

ความดันสูงทั่วไปอาจไม่มีอาการครับ แต่ถ้าตัวเลขสูงมากแล้วมีปวดหัวรุนแรง มองเห็นผิดปกติ สับสน เจ็บหน้าอก หรือหอบเหนื่อย ต้องระวังว่าความดันอาจเริ่มกระทบอวัยวะสำคัญแล้ว ยิ่งคนที่เคยเป็น Stroke ต้องไม่สรุปว่า “คงเป็นไมเกรน” หรือกินยาแล้วนอนรอดูเอง เพราะอาการทางสมองและการมองเห็นต้องแยกจาก Stroke ซ้ำให้เร็วครับ

5. กรนดัง สะดุ้งเฮือก แล้วเช้าความดันสูง

กลางคืนดูเหมือนนอนอยู่ แต่ร่างกายอาจไม่ได้พักเลยครับ ถ้ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ออกซิเจนจะลดเป็นช่วง ๆ ร่างกายต้องเร่งหัวใจและกระตุ้นความดันขึ้นซ้ำทั้งคืน พอตื่นมาค่าจึงยังสูงได้ ถ้ามีทั้งกรนดัง คนข้าง ๆ เห็นว่าหยุดหายใจ ตื่นมาปากแห้ง ปวดหัว หรือนอนครบแล้วยังง่วง โดยเฉพาะคนที่เคย Stroke ควรตรวจเรื่องการนอนด้วยครับ ไม่ใช่เพิ่มยาความดันอย่างเดียวแล้วจบ

6. ความดันขึ้นไปถึง 180/120 หรือมากกว่า

ถ้าวัดได้สูงระดับนี้ ให้นั่งพักเงียบ ๆ แล้ววัดซ้ำครับ ถ้ายังสูง แต่ไม่มีอาการผิดปกติ ควรติดต่อสถานพยาบาลโดยเร็วเพื่อรับคำแนะนำ ไม่ควรกินยาเพิ่มเอง แต่ถ้าสูงร่วมกับเจ็บหน้าอก หอบเหนื่อย ชาหรืออ่อนแรง มองเห็นเปลี่ยน พูดลำบาก หรือสับสน ต้องไปฉุกเฉินทันที เพราะอาจเป็นภาวะความดันสูงฉุกเฉิน หรือกำลังเกิด Stroke แล้วครับ

7. ตัวเลขเริ่มแกว่งมากกว่าปกติ

บางวัน 120

บางวัน 170

ทั้งที่วัดเวลาเดิมและกินยาเหมือนเดิม

ความดันที่แกว่งมากอาจมาจากการวัดผิด ยา อาหารเค็ม กาเฟอีน การนอน หรือโรคที่ยังคุมไม่ได้ครับ แต่สำหรับคนที่เคยเป็น Stroke ไม่ควรเดาเอง ให้จดเวลา ตัวเลข ชีพจร เวลากินยา และอาการร่วมไว้ หมอจะได้เห็นภาพจริง บางคนอาจต้องใส่เครื่องวัดความดัน 24 ชั่วโมง เพื่อดูว่ากลางคืนความดันลดลงหรือยังสูงค้างอยู่ครับ

วัดความดันตอนเช้าให้ได้ค่าจริง ทำแบบนี้ครับ

  • วัดหลังตื่นและเข้าห้องน้ำแล้ว แต่ก่อนอาหาร กาแฟ บุหรี่ และยาความดัน
  • นั่งพักเงียบ ๆ อย่างน้อย 5 นาที ไม่วัดทันทีหลังเดินหรืออาบน้ำ
  • นั่งพิงพนัก เท้าวางราบ ไม่ไขว่ห้าง และวางแขนระดับหัวใจ
  • วัด 2 ครั้งห่างกันประมาณ 1 นาที แล้วจดทั้งสองค่า
  • วัดเวลาใกล้เคียงกันทั้งตอนเช้าและเย็นต่อเนื่องหลายวัน
  • ไม่หยุด เพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนเวลากินยาเองจากค่าครั้งเดียวครับ

แต่ถ้ามีอาการแบบนี้ ต้องคิดว่าอาจเป็น Stroke แล้วครับ

  • B – Balance: เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ เวียนหัวรุนแรงแบบฉับพลัน
  • E – Eyes: ตามัว เห็นภาพซ้อน หรือมองไม่เห็นบางส่วนทันที
  • F – Face: หน้าเบี้ยว มุมปากตก ยิ้มแล้วหน้าไม่เท่ากัน
  • A – Arm: แขนหรือขาข้างหนึ่งชา อ่อนแรง หรือยกไม่ขึ้น
  • S – Speech: พูดไม่ชัด พูดผิดคำ ฟังไม่เข้าใจ หรือพูดไม่ได้
  • T – Time: รีบไปโรงพยาบาลทันที และจำเวลาเริ่มอาการให้ได้ครับ

อาการพวกนี้ไม่ใช่แค่ “ความดันกำลังสูง” แล้วนะครับ แต่อาจหมายถึง Stroke กำลังเกิดขึ้น ต่อให้อาการหายเองในไม่กี่นาทีก็ยังต้องรีบไปตรวจ เพราะอาจเป็น TIA ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนก่อนเกิด Stroke ใหญ่ได้ครับ

คนที่เคยเป็น Stroke อย่ารอให้หน้าเบี้ยว แขนอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัดแล้วค่อยสนใจความดันครับ เพราะนั่นอาจหมายถึง Stroke เกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ควรจับให้ได้ก่อนคือ ความดันตอนเช้าที่สูงซ้ำ สูงกว่าค่าปกติมาก ยาคุมไม่ถึงช่วงเช้า หรือขึ้นระดับอันตราย จดค่าให้ถูกและเอาไปปรับแผนกับหมอ ยิ่งคุมได้เร็ว ก็ยิ่งลดโอกาสที่หลอดเลือดสมองจะมีเรื่องซ้ำครับ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ