เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากศูนย์อพยพผู้ประสบภัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ว่า บรรยากาศยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง หลังจากเกิดเหตุปะทะระหว่างกองกำลังไทย-กัมพูชา ที่แนวชายแดน ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมาก พากันอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง โดยหน่วยงานภาครัฐได้เร่งจัดรถรับส่ง และกระจายผู้ประสบภัยเข้าสู่ศูนย์พักพิงในจุดปลอดภัย

หญิงชาวบ้านรายหนึ่งจากตำบลสังเม็ก อ.กันทรลักษ์ เปิดเผยขณะอุ้มลูกชายวัยเพียง 8 เดือน ว่า ทันทีที่ได้ยินเสียงปืนใหญ่ระเบิดนัดแรก เธอไม่ลังเล รีบคว้าตัวลูกน้อยและข้าวของจำเป็น ออกจากบ้านมาท่ามกลางความมืดและความสับสน พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่จัดรถมารับอย่างทันท่วงที

“ฉันผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2554 แต่ครั้งนี้มันรุนแรงกว่ามาก… เสียงปืนไม่หยุด เสียงระเบิดใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ฉันรู้ทันทีว่าต้องพาลูกหนีเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นจะไม่รอด” หญิงคนดังกล่าวกล่าวทั้งน้ำตา พร้อมประณามการกระทำของกัมพูชาที่ใช้ความรุนแรงยิงปืนใหญ่ใส่ชุมชน โดยไม่เลือกเป้าหมาย

“แม้แต่เด็กน้อยตาดำ ๆ ก็ยังต้องจบชีวิตจากสงครามที่พวกเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย มันเจ็บปวดเกินรับไหว… ขอแค่ให้เหตุการณ์นี้จบลงโดยเร็วเถอะ ขอให้รัฐบาลหาทางเจรจาอย่างสันติ ไม่อยากเห็นคนไทยต้องเสียเลือดเนื้ออีกแล้ว”

คืนเดือดชายแดน! ปะทะเดือดต่อเนื่องกลางสายฝน ปืนใหญ่ตกกว่า 40 ลูก…

บรรยากาศภายในศูนย์อพยพเต็มไปด้วยความวิตกกังวลและความหวาดกลัว หลายครอบครัวต้องนอนรวมกันในพื้นที่ชั่วคราว ต่างจับจ้องโทรศัพท์และวิทยุเพื่อรอฟังข่าวจากแนวหน้า หวังว่าเสียงปืนจะหยุดลง และจะได้กลับคืนบ้านอย่างปลอดภัยในเร็ววัน