เมื่อเวลา 21.45 น. วันที่ 26 มิ.ย.ภายหลังเปิดกิจกรรมหาเสียงโค้งสุดท้าย “ทริปทัวร์ทั่วกรุง” บริเวณลานรถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. หมายเลข 9 พร้อมทีมงาน “กรุงเทพฯ ทำงาน” ได้เดินเท้าจากช่องนนทรีมุ่งหน้าไปยังสวนลุมพินี เพื่อพบปะประชาชนและหาเสียงต่อเนื่องในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. 28 มิ.ย.69
ตลอดเส้นทาง แม้มีฝนโปรยปรายลงมาเป็นระยะ แต่บรรยากาศการหาเสียงยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนที่เดินทางผ่านไปมาเข้ามาทักทาย ให้กำลังใจ ขอจับมือ ขอชนหมัด และขอถ่ายรูปร่วมกับนายชัชชาติอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเดินถึงสวนลุมพินี มีประชาชนที่มาออกกำลังกายและพักผ่อนภายในสวนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น หลายคนเข้ามาพูดคุยและให้กำลังใจ ขณะที่นายชัชชาติได้แวะชมกิจกรรมเต้นแอโรบิกภายในสวน ซึ่งสะท้อนภาพการใช้พื้นที่สาธารณะของคนกรุงเทพฯ ที่ยังคงมีชีวิตชีวา แม้อยู่ในช่วงเย็นที่มีฝนปรอย ๆ
จากนั้น นายชัชชาติได้ปราศรัยถึงแนวทางพัฒนาระบบบริการประชาชนของ กทม. โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ซึ่งเป็นช่องทางให้ประชาชนแจ้งปัญหาเมืองได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นายชัชชาติกล่าวว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา มีประชาชนแจ้งปัญหาผ่าน Traffy Fondue เข้ามาแล้วกว่า 1.3 ล้านเรื่อง และ กทม. แก้ไขไปแล้วกว่า 1 ล้านเรื่อง โดยถือเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนระบบราชการให้หันหน้าเข้าหาประชาชนมากขึ้น ไม่ต้องรอคำสั่งจากผู้ว่าฯ แต่ให้ประชาชนเป็นผู้บอกปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่
นายชัชชาติ ระบุเพิ่มว่า หากได้ทำงานต่อ จะเดินหน้าขยายผล Traffy Fondue ให้ทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยนำข้อมูลกว่า 1 ล้านเรื่องที่ประชาชนแจ้งเข้ามา ไปใช้ร่วมกับ AI เพื่อวิเคราะห์ว่าจุดอ่อนของแต่ละเขตอยู่ตรงไหน และควรปรับปรุงการให้บริการอย่างไร เพื่อให้ กทม. แก้ปัญหาได้รวดเร็วและตรงจุดมากขึ้น

นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มอีกว่า เมื่อเริ่มใช้ Traffy Fondue ในช่วงแรก กทม. ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 2 เดือนในการแก้ปัญหา 1 เรื่อง แต่ปัจจุบันลดลงเหลือเฉลี่ยเพียง 1.9 วัน สะท้อนว่าระบบราชการสามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม และผู้บริหารเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหา
ช่วงท้ายของการปราศรัยยังได้เชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ โดยย้ำว่า อย่าคิดว่าใคร “นอนมา” เพราะหากประชาชนไม่ออกไปเลือกตั้ง ผลลัพธ์อาจไม่เป็นไปตามที่คิด พร้อมขอให้ชวนคนในครอบครัวและคนใกล้ตัวออกไปใช้สิทธิให้มากที่สุด

“สัญญามั้ยว่าจะไปเลือกตั้ง บอกพ่อแม่พี่ป้าน้าอาด้วย ใครบอกนอนมา อย่าไปเชื่อ อยู่บ้านก็ได้นอนมาจริง ๆ ได้นอนยาว อยากให้มาแสดงพลังมืดฟ้ามัวดิน ผู้ว่าฯ ต้องเจอกับคนอื่นเยอะ หลายหน่วยงาน หากได้คะแนนเยอะก็จะได้คำสั่งจากประชาชน ขอให้ไปเลือกให้ถล่มทลาย 80% ยิ่งดี” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวย้ำว่า ทุกคะแนนเสียงคือพลังสำคัญและเป็นฉันทามติจากประชาชน เพราะผู้ว่าฯ กทม. ต้องทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน หากมีประชาชนสนับสนุนจำนวนมาก ก็จะเป็นแรงหนุนสำคัญในการไปเจรจาและผลักดันนโยบายต่าง ๆ ให้เกิดผลจริง รวมทั้งยังฝากให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิตั้งแต่ช่วงเช้า แม้ฝนตกก็ขอให้เตรียมร่มไป เพราะเมื่อใช้สิทธิเสร็จแล้วจะได้ไปพักผ่อน และรอติดตามผลการเลือกตั้งในช่วงเย็น พร้อมย้ำให้เลือกผู้ว่าฯ กทม. ในบัตรสีเขียว และเลือก สก. ในบัตรสีชมพู

จากนั้นนายชัชชาติและทีม“กรุงเทพฯ ทำงาน” ได้
ได้ขึ้นรถไฟฟ้า MRT จากสถานีสีลมไปยังสถานีสนามไชย ทางออก 2 เพื่อปั่นจักรยาน Bike Sharing ซึ่งเป็นบริการจักรยานสาธารณะที่สามารถเช่าใช้งานผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อสำรวจชีวิตคนยามค่ำคืน
โดย นายชัชชาติ ได้สวมเสื้อหมวกกันน็อคสีขาว พร้อมกับเสื้อกั๊กสะท้อนแสงสีเขียว ติดหมายเลข 9 สีเขียว ที่อกด้านขวาและด้านหลัง ก่อนจะปั่นจักรยานไปตามถนนสนามไชย เพื่อมุ่งหน้าไปยังปากคลองตลาด โดยจะไปสิ้นสุดที่ถนนข้าวสาร เพื่อขึ้นรถแห่ไปยังโซนกรุงเทพฯ เหนือและตะวันออก

ทั้งนี้ระหว่างทางนายชัชชาติ ได้โบกมือทักทายประชาชน พ่อค้าแม่ค้าที่ปากคลองตลาดอย่างเป็นกันเอง โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายชัชชาติ ว่ายังไหวอยู่หรือไม่ นายชัชชาติ ตอบสั้น ๆ ว่า “สบาย”
อย่างไรก็ตาม ในนโยบายด้านเมืองของนายชัชชาติ ได้ระบุเรื่องการขยายโครงข่ายจักรยานสาธารณะ เป็นนโยบายที่ 117 กทม. จะเดินหน้าขยายผลโครงข่ายจักรยานสาธารณะ (Bike Sharing) ซึ่งปัจจุบันมีจุดให้บริการกว่า 100 จุด และมีจักรยานกว่า 2,600 คัน เพื่อให้ประชาชนสามารถปั่นจักรยานจากบ้านหรือที่ทำงานไปเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนหลักได้อย่างสะดวกสบาย

ทั้งนี้ กทม.ตั้งเป้าผลักดันให้มีจักรยาน 15,000 คัน 3,000 จุดจอด และมีการใช้งาน 1 ล้านเที่ยวต่อเดือน เพื่อตอบโจทย์การเดินทางที่ไร้รอยต่อยระหว่างแหล่งงานและที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง.







