เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,197 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 17 – 19 มิ.ย.69 กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่า ประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานครในวันที่ 28 มิ.ย.69 เวลา 08.00 – 17.00 น. ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ได้มีการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทั้งในรูปแบบการสื่อสารแบบออนไลน์ และออฟไลน์

โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีอำนาจกำหนดนโยบาย ทิศทางการแก้ไข พัฒนา และบริหารราชการให้เป็นไปตามแผน มีอำนาจสั่งการที่เกี่ยวกับราชการของกรุงเทพมหานคร และรักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร บริหารภายในหน่วยงานกรุงเทพมหานคร ให้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ แต่งตั้งหรือถอดถอนรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และข้าราชการการเมืองอื่นๆ และบริหารจัดการข้าราชการประจำของกรุงเทพมหานคร นำนโยบายจากรัฐบาลกลางมาปฏิบัติ มีหน้าที่ดูแล การจราจรและการขนส่ง ความสะอาดและความเป็นระเบียบของเมือง การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การสาธารณสุข การศึกษา ระบบสาธารณูปโภค การผังเมืองและพัฒนาเมือง ความปลอดภัยและการสนับสนุนหน่วยงานในพื้นที่ ศิลปะ วัฒนธรรม และชุมชน
ในส่วนของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร มีหน้าที่เสนอและพิจารณาให้ความเห็นชอบการตราข้อบัญญัติ กรุงเทพมหานคร ตราข้อบัญญัติเก็บภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร พิจารณาและให้ความเห็นชอบในร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีทุกหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ควบคุมและตรวจสอบการบริหารงานของฝ่ายบริหารด้วยวิธีการต่างๆ เปิดอภิปรายทั่วไป ให้ข้อเสนอแนะต่อการทำงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือตั้งกรรมการสามัญฯ และคณะกรรมการวิสามัญฯ เพื่อพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใดอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร แล้วรายงานต่อสภากรุงเทพมหานคร

โดยการสำรวจมีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ จะไปเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.69 มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ร้อยละ 76.3 และคิดว่าปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการเลือกตั้งครั้งนี้ อันดับหนึ่งคือ ตัวผู้สมัคร ร้อยละ 85.4 อันดับสองคือ พรรคการเมืองที่สังกัด / กลุ่มการเมืองที่สังกัด / อิสระ ร้อยละ 14.6
อยากได้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มีคุณสมบัติ อันดับหนึ่งคือ มีการปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ ร้อยละ 19.3 อันดับสองคือ มีความขยันทุ่มเทในการทำงาน ร้อยละ 18.4 อันดับสามคือ มีความซื่อสัตย์โปร่งใส ร้อยละ 18 อันดับสี่คือ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ร้อยละ 13.4 อันดับห้าคือ มีการปฏิบัติงานให้เห็นเป็นรูปธรรม ร้อยละ 13.1 และอันดับสุดท้ายคือ มีการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ร้อยละ 17.8
และคิดว่าจะตัดสินใจในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อันดับหนึ่งคือ ผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 57.5 อันดับสองคือ ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 15.9 อันดับสามคือ ผู้สมัครสังกัดพรรคการเมือง ร้อยละ 14.5 และอันดับสุดท้ายคือ ผู้สมัครจากกลุ่มทางการเมือง ร้อยละ 12.1
คิดว่านโยบายที่อยากให้ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้ความสำคัญ อันดับหนึ่งคือ ด้านเศรษฐกิจและการส่งเสริมอาชีพ ร้อยละ 24.8 อันดับสองคือ ด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิต ร้อยละ 23.5 อันดับสามคือ ด้านความสะอาดและสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 23 อันดับสี่คือ ด้านศิลปวัฒนธรรมและการพัฒนาเมือง ร้อยละ 12.3 อันดับห้าคือ ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 8
และปัญหาที่อยากให้ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนมากที่สุด อันดับหนึ่งคือ ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 19.8 อันดับสองคือ ปัญหาการคอรัปชั่น ร้อยละ 18.8 อันดับสามคือ ปัญหาการจัดการน้ำเสีย ร้อยละ 13.2 อันดับสี่คือ ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย ร้อยละ 11.9 อันดับห้าคือ ปัญหาการกีดขวางทางเท้า (ฟุตบาท) ร้อยละ 10.5
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดว่าตัดสินใจในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.69 อันดับหนึ่งคือ นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 54.6 อันดับสองคือ ไม่ประสงค์ลงคะแนน ร้อยละ 11.3 อันดับสามคือ นาย ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ร้อยละ 5.4 อันดับสี่คือ นาย อนุชา บูรพชัยศรี ร้อยละ 4.1 อันดับห้าคือ นาง มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ร้อยละ 3.1 โดยไม่คิดว่าจะตัดสินใจในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร จากพรรคการเมืองเดียวกัน / กลุ่มการเมืองที่สังกัด ร้อยละ 32.7

อยากได้สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ที่มีคุณสมบัติ อันดับหนึ่งคือ มีความขยันทุ่มเทในการทำงาน ร้อยละ 28.3 อันดับสองคือ ยังมีความซื่อสัตย์โปร่งใส ร้อยละ 18.5 อันดับสามคือ มีการปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ ร้อยละ 17.1 อันดับสี่คือ มีการปฏิบัติงานให้เห็นเป็นรูปธรรม ร้อยละ 14.8 อันดับห้าคือ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ร้อยละ 12.5 และอันดับสุดท้ายคือ มีการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ร้อยละ 8.8
คิดว่าตัดสินใจในการเลือกผู้สมัคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร อันดับหนึ่งคือ ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 26 อันดับสองคือ ผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 33.3 อันดับสามคือ ผู้สมัครจากกลุ่มทางการเมือง ร้อยละ 12.8 และอันดับสุดท้ายคือ ผู้สมัครสังกัดพรรคการเมือง ร้อยละ 27.9
และคิดว่าจะตัดสินใจในการเลือกผู้สมัคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.69 อันดับหนึ่งคือ ผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 39.6 อันดับสองคือ ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 21.6 อันดับสามคือ ผู้สมัครพรรคประชาชน ร้อยละ 19.5 อันดับสี่คือ ผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 5.3 อันดับห้าคือ ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 5.1



