จากกรณีสถานการณ์ปะทะชายแดน ไทย-กัมพูชา ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากกัมพูชาเปิดฉากยิงก่อน โดยมีรายงานการใช้จรวด BM-21 โจมตีใส่พื้นที่พลเรือนไทยในหลายจุด ทั้งแหล่งชุมชนและโรงพยาบาล ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง และล่าสุดมีการรายงานเพิ่มเติมว่าในพื้นที่จังหวัดตราด มีการปะทะของกองทัพเรือ ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีรายงานจาก “กองทัพภาคที่ 2” แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวัง ขีปนาวุธ PHL-03 ของกัมพูชา ซึ่งสามารถยิงได้ไกลถึง 130 กิโลเมตร โดยกัมพูชาได้ยื่นคำขาดให้ไทยภายใน 48 ชั่วโมง ก่อนเปิดฉากโจมตีสถานที่สำคัญของทหารไทย ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การโจมตีในช่วงฤดูใบไม้ผลิ การใช้อาวุธพุ่งเป้า และการส่งเครื่องบินรบเข้าปฏิบัติการ

นอกจากนี้ เมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ได้มีการตรวจสอบพบว่า “กองทัพภาคที่ 2” ได้แจ้งเตือนประชาชนให้ระวังการโจมตีด้วยขีปนาวุธ PHL-03 จากฝั่งกัมพูชา ซึ่งมีพิสัยไกลถึง 130 กิโลเมตร และอาจยิงได้หลายลูกในคราวเดียว โดยรัศมีของอาวุธชนิดนี้อาจครอบคลุมหลายพื้นที่ของไทย ได้แก่ จ.อุบลฯ, จ.สุรินทร์, จ.ศรีสะเกษ และ จ.บุรีรัมย์ ทั้งพื้นที่ และบางส่วนของ จ.ยโสธร (อ.มหาชนะชัย อ.ค้อวัง) จ.ร้อยเอ็ด (อ.เมืองสรวง, อ.สุวรรณภูมิ, อ.โพนทราย, อ.พนมไพร, อ.หนองฮี, อ.เกษตรวิสัย และ อ.ปทุมรัตต์) จ.มหาสารคาม (อ.พยัคฯ) จ.นครราชสีมา

อย่างไรก็ตาม พี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ขอให้ติดตามข่าวสารจากทางการอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือ และระมัดระวังความปลอดภัยหากมีเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูล : กองทัพภาคที่ 2