เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ภายในองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) มีการปิดตลาด 1 วัน หลังเกิดเหตุการณ์กราดยิง เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้เข้าทำความสะอาดในจุดเกิดเหตุ บรรยากาศเงียบเหงา มีพ่อค้าแม่ค้าบางส่วนเท่านั้น ที่เข้ามาจัดเตรียมของเพื่อส่งพัสดุให้ลูกค้าที่สั่งออร์เดอร์ไว้ล่วงหน้า พอจัดของและส่งให้ลูกค้าแล้วเสร็จก็ปิดร้าน และจะกลับมาเปิดร้านตามปกติในวันพรุ่งนี้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม มีญาติผู้เสียชีวิตนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ นายวิทเวช นาคศรีทา ลูกชายของ นายวิชา แสงดี เหยื่อผู้เสียชีวิต บอกว่า วันนี้ได้มาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณคุณพ่อ จากนั้นจะไปทำเรื่องที่ สน.บางซื่อ และสำนักงานเขตจตุจักร เพื่อนำเอกสารไปขอรับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ต่อไป โดยจะนำร่างของคุณพ่อไปบำเพ็ญกุศลที่จังหวัดร้อยเอ็ด

อีกทั้งยังยอมรับว่า ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเป็นเรื่องกะทันหันไม่ทันตั้งตัว คุณพ่อยังเป็นเสาหลักของครอบครัว ชอบช่วยเหลือยกของให้พ่อค้าแม่ค้าระหว่างทำงาน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ครอบครัว กับการสูญเสียในครั้งนี้ด้วย

นายปณิธาน มีไชยโย ผอ.องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เปิดเผยหลังประชุมหารือร่วมกับกรมสุขภาพจิต และสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เพื่อเยียวยาผู้คนในตลาด อ.ต.ก. หลังเกิดเหตุกราดยิงเมื่อวานนี้ โดยนายปณิธาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ทาง อ.ต.ก. ได้แจ้งเรื่องสิทธิต่างๆ ที่ผู้ประสบภัยพึงมีพึงได้ เช่น สิทธิของกรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรม รวมถึงกองทุนต่างๆ ก็มีการประสานงานไปยังหน่วยงานและช่วยติดตามเรื่องให้แล้ว คงเหลือในส่วนของตลาดเอง ที่จะหารือว่ามีจะเงินช่วยเหลือส่วนใดเพิ่มเติมให้ผู้ประสบภัยอย่างไร

แต่สิ่งสำคัญคือ ตลาด อ.ต.ก. มุ่งเน้นที่จะเยียวยาผู้ประสบภัยทุกคน ไม่เพียงแต่ผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต แต่รวมไปถึงทุกคนในตลาด เจ้าหน้าที่ รปภ. และลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด โดยเฉพาะสภาพจิตใจของผู้คน ที่วันนี้กรมสุขภาพจิตและสำนักอนามัยก็ได้มาดูแลสภาพจิตใจพูดคุยกับผู้ประกอบการในตลาดด้วย

ส่วนการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น ตนเองมองว่า ตลาด อ.ต.ก. มีเจ้าหน้าที่ รปภ. ถึง 33 คน ดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง มีกล้องวงจรปิดเต็มพื้นที่ ไม่มีจุดอับสายตา มีป้อม รปภ. บริเวณทางเข้าออก และมีป้อมตำรวจใกล้เคียง ถือเป็นตลาดที่มีการรักษาความปลอดภัยดีที่สุดระดับต้นๆ แต่เหตุกราดยิงที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เหตุการณ์ปกติที่จะรู้ล่วงหน้าและป้องกันได้ และนี่คือตลาด หากจะให้ตั้งจุดตรวจค้นอาวุธเหมือนสนามบินก็คงจะเป็นไปได้ยาก ดังนั้นการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยหลังจากนี้ ก็อาจจะพิจารณาเรื่องการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ รปภ. ให้มากขึ้น แต่จะเพิ่มเป็นจำนวนเท่าใดนั้น ต้องมีการสำรวจพื้นที่เพื่อความเหมาะสมอีกครั้งก่อน เพราะกำลัง รปภ. แต่เดิม ก็มีทั้งที่ประจำจุดประตูทางเข้าออก, รปภ. ที่ออกตรวจตราตลาด, และส่วนที่ดูแลลานจอดรถ ครอบคลุมอยู่แล้ว

ส่วนมูลเหตุจูงใจก็ทราบมาจากทางตำรวจ ที่ภรรยาผู้ก่อเหตุอ้างว่ามีสาเหตุมาจากเรื่องที่ผู้ก่อเหตุเชื่อว่า หนึ่งใน รปภ. ที่เสียชีวิตเป็นคนกรีดรถของตนเอง ซึ่งครั้งนั้นทางตลาดก็เรียก รปภ. คนดังกล่าวมาสอบสวน และตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้ว แต่ก็ไม่พบการก่อเหตุ ไม่ทราบว่ามีการกรีดรถจริงหรือไม่ และใครเป็นผู้กรีด แต่รถของผู้ก่อเหตุมีรอยความเสียหาย หลังจากนั้นเรื่องก็เงียบไป ไม่ได้มีการร้องเรียนอะไรเข้ามา ทางตลาดจึงไม่ได้ทราบเรื่อง เพราะเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว แม้ผู้ก่อเหตุจะเคยโทรฯ มาโวยวายกับตลาด 1-2 ครั้ง บอกว่าเกลียด รปภ. แต่ก็เป็นการโทรฯ มาตอนที่มึนเมา จึงไม่ได้มีการดำเนินการอะไร

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อว่าปัญหาไม่ได้มาจากแค่ความขัดแย้งเรื่องกรีดรถเพียงอย่างเดียว ส่วนสาเหตุลึกๆ ก็คงต้องรอตำรวจตรวจสอบ แต่ทาง อ.ต.ก. เอง ก็ตั้งทีมตรวจสอบด้วยเช่นกันว่าสาเหตุลึกๆ นั้น จริงๆ เกิดจากความขัดแย้งเรื่องใดกันแน่ อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามคนในตลาด ผู้ก่อเหตุมีอาการไม่ค่อยจะปกติอยู่ก่อนแล้ว

ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้เข้าหารือกับผู้อำนวยการ อ.ต.ก. เช่นกัน เพื่อจัดเจ้าหน้าที่สาธารณสุขดูแลสภาพจิตใจของคนในตลาดและลูกค้า รวมถึงประสานเรื่องการเยียวยาดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยอาจพิจารณาเรื่องย้ายจากโรงพยาบาลเอกชนไปอยู่โรงพยาบาลในสังกัด เพื่อจะรับผิดชอบเรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความเป็นไปได้ว่าจะมีการตรวจสอบสภาพจิตของผู้ที่จะขอมีใบอนุญาตมี หรือพกพาอาวุธปืนได้หรือไม่นั้น นายชัยชนะ บอกเพียงว่า เป็นเรื่องยาก เพราะในวันที่ยื่นขออนุญาตกับกระทรวงมหาดไทยนั้น ผู้ยื่นขอก็อาจไม่ได้มีปัญหาสุขภาพจิต แต่เมื่อผ่านไปหลายปี อาจมีปัญหาดังกล่าวได้ และเชื่อว่าทางกระทรวงมหาดไทย ก็มีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ณ วันที่ขอ เข้มงวดอยู่แล้ว และหากมีการตรวจสุขภาพจิตผู้ที่จะขอใบอนุญาต ก็อาจเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลด้วย