เมื่อเวลา 17.35 น. วันที่ 29 ก.ค. ที่กระทรวงมหาดไทย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา กระทรวงมหาดไทย (ศบ.ทก.มท.) ติดตามการบริหารจัดการศูนย์อพยพและการดูแลประชาชนในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีนายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน (ผอ.ศบ.ทก.มท.) นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้อง War Room กระทรวงมหาดไทย

โดย น.ส.ธีร​รัตน์​ กล่าวก่อนการประชุมว่า​ รัฐบาลมีความห่วงใยให้ประชาชนและมีความปลอดภัยในการดำรงชีพอย่างมีความเหมาะสมและดีที่สุด โดยที่ผ่านมาได้มีการบูรณาการกันทุกภาคส่วน​ ในการที่จะนำการสนับสนุนทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเคลื่อนย้ายของประชาชนเข้าไปอยู่ในศูนย์อพยพ​ การดูแลความเป็นอยู่ภายในศูนย์​และทราบว่าแต่ละศูนย์​มีประชาชนเข้ามาจำนวนมาก ง​บประมาณในการช่วยเหลือประชาชนในช่วงแรกอาจติดขัด​ หรือไม่เข้าใจในเรื่องของวิธีการในการที่จะใช้จ่ายเงินได้​ เนื่องจากกองกำลังจากนอกประเทศ​ ที่เราประสบปัญหาเป็นเรื่องใหม่ เราเองเคยมีการพูดคุยแต่อาจจะยังไม่ได้มีการใช้จริง 

ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ก็จะเป็นเรื่องงบประมาณที่​ได้ขอขยายวงเงินมาและได้รับการอนุมัติแล้ว​ และจะพร้อมทำความเข้าใจในการที่จะใช้งบประมาณในส่วนนี้​ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด​ และทันต่อสถานการณ์ ซึ่งตนทราบว่าปัญหา​ที่เกิดขึ้นบางจังหวัดยังมีส่วนที่ไม่เข้าใจในเรื่องของการใช้เงินว่าใช้ได้หรือไม่ ซึ่งความจำเป็นของแต่ละจังหวัดมีความแตกต่างกันออกไป​ โดยรัฐบาลได้อนุมัติมาแล้วแห่งละ 100 ล้านบาท​ เพื่อที่จะดำเนินการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าให้กับผู้ประสบภัย พร้อมกับแลกเปลี่ยนในแต่ละพื้นที่ เพื่อที่จะเตรียมพร้อมเสริมเพิ่มเติมในจุดที่จะจัดหามาให้ประชาชน

สำหรับวาระการประชุมในวันนี้ ได้แก่ การชี้แจงเรื่องเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินฉบับต่างๆ การสะท้อนปัญหาอุปสรรคในการใช้เงินของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น การบริหารจัดการศูนย์อพยพในพื้นที่ และการยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 กรณีได้รับการขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และมีแนวโน้มที่จะยกระดับความรุนแรงและขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้นอีกจังหวัดละ 100 ล้านบาท พร้อมทั้งขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพิ่มเติมเป็น 100 ล้านบาท เพื่อให้สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และทันต่อสถานการณ์