เมื่ออายุมากขึ้น ผิวก็เริ่มขาดความยืดหยุ่น ส่งสัญญาณผิวหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ ทำให้ใบหน้าดูมีอายุ ซึ่งหนึ่งในวิธีที่จะช่วยดูแลให้ผิวกลับมาตึงกระชับอีกครั้ง คือการยกกระชับหน้า โดยอาศัยวิธีทางการแพทย์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะด้วยการใช้เข็ม เครื่องยกกระชับหน้า หรือแม้แต่การผ่าตัดยกกระชับหน้าที่จะช่วยให้ผิวหน้ายกกระชับกว่าที่เคย
โดยจะมีวิธียกกระชับใบหน้าด้วยวิธีไหนน่าสนใจ หรือมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไรบ้าง รวมถึงการยกกระชับหน้าแต่ละแบบจะเหมาะกับใครบ้างนั้น สามารถหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันได้ในบทความนี้!
ยกกระชับหน้า คืออะไร ทำแล้วดีอย่างไร?
การยกกระชับหน้า หมายถึง แนวทางในการปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ ด้วยการทำให้ผิวที่เคยหย่อนคล้อยนั้นมีความตึงกระชับมากยิ่งขึ้น โดยสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การนวดหน้ายกกระชับ การทำโปรแกรมเติมเต็มผิว การทำโปรแกรมลดเลือนริ้วรอย การใช้สารบางชนิดในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิวเพื่อทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น หรือการดึงรั้งเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเข้าที่และตึงกระชับมากขึ้น
โดยการยกกระชับใบหน้าไม่เพียงแต่จะทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์แล้ว ยังมีข้อดีที่น่าสนใจอีกมากมาย ดังนี้
- ช่วยลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าให้ดูจางลง
- มีส่วนช่วยยกร่องแก้ม ลดปัญหาร่องแก้มลึก ใบหน้าดูมีอายุ
- ปรับรูปหน้าให้เรียวสวยแลดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น
- ลดเหนียง ยกกระชับกรอบหน้า เพิ่มกรอบหน้าชัด
- มีส่วนช่วยยกกระชับคอ ลดปัญหาลำคอเหี่ยวย่น ลดเลือนริ้วรอยลำคอ
- ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูสดใส มีชีวิตชีวา มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น
ใครบ้างที่ควรยกกระชับหน้า อายุน้อยทำได้ไหม?

การยกกระชับหน้าเป็นวิธีการดูแลผิวที่ไม่จำกัดเฉพาะวัยกลางคนหรือวัยผู้สูงอายุ ผู้ที่อายุยังน้อยก็สามารถทำได้ เนื่องจากสาเหตุที่ทำให้ผิวหย่อนคล้อยไม่ได้เกิดขึ้นจากอายุที่มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงกรรมพันธุ์ สภาพแวดล้อม วิธีการดูแลผิว ตลอดจนไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล ก็มีส่วนทำให้เกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อยขาดความกระชับก่อนวัยอันควรได้ โดยผู้ที่เหมาะกับการยกกระชับใบหน้ามีดังนี้
- ผู้ที่อายุประมาณ 20 ปีขึ้นไปที่พบสัญญาณผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย ร่องลึกก่อนวัย ต้องการชะลอวัยผิว
- ผู้ที่อายุ 30 ปีขึ้นไป ที่มีปัญหาริ้วรอยแห่งวัย ผิวขาดความกระชับ ขาดความยืดหยุ่น
- ผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด ไขมันสะสมใต้คาง
- ผู้ที่มีปัญหาร่องลึก เช่น ร่องแก้มลึก ร่องมุมปากหรือร่องน้ำหมากลึก
- ผู้ที่มีไขมันแก้มเยอะ แก้มห้อยย้อย มีกระเปาะแก้มทำให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อย
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้สมส่วนและเรียวสวยมากขึ้น
แนะนำ 5 วิธียกกระชับหน้า แต่ละแบบมีจุดเด่นอะไรบ้าง?
การยกกระชับหน้าเพื่อฟื้นฟูให้ผิวที่เคยหย่อนคล้อยกลับมาเต่งตึงแลดูอ่อนเยาว์กว่าเดิมนั้นสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งวิธีที่สามารถได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเองอย่างการยกกระชับ และวิธีทำให้หน้าตึงกระชับโดยอาศัยเทคโนโลยีหรือหัตถการทางการแพทย์ ซึ่งแต่ละวิธีจะมีจุดเด่น หรือให้ผลลัพธ์การยกกระชับผิวหน้าได้อย่างไรบ้างนั้น มีรายละเอียดดังนี้
1. นวดยกกระชับหน้าทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง
การนวดยกกระชับหน้าเป็นวิธีการกระชับหน้าที่ใช้เพียงปลายนิ้วในการนวดกดจุดที่สำคัญบนใบหน้า ตั้งแต่บริเวณแก้ม ช่วงกรามหรือขากรรไกร และคาง เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อใบหน้า รวมถึงใช้เทคนิคในการใช้นิ้วมือนวดจากบริเวณกลางหน้าไปด้านข้าง และยกขึ้นไปบริเวณขมับเพื่อยกหน้ากระชับเต่งตึง
2. โปรแกรม Ultraformer III เทคโนโลยี HIFU ยกกระชับหน้าไม่ต้องผ่าตัด

โปรแกรม Ultraformer III คือเครื่องยกกระชับที่ส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง (HIFU) ลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่ใช้ในการศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า ให้ผิวมีความตึงกระชับ และมีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและเต่งตึงแลดูอ่อนเยาว์กว่าเดิม
โดยโปรแกรม Ultraformer III เป็นวิธียกกระชับหน้าที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยปรับรูปหน้า ยกผิวหย่อนคล้อยโดยไม่ต้องผ่าตัด หรือพักฟื้นแล้ว การเข้ารับบริการ 1 ครั้ง ผลลัพธ์ยังอยู่ได้นานประมาณ 10-12 เดือนเลยทีเดียว
3. โปรแกรม Mesofat ตัวช่วยลดไขมันส่วนเกินพร้อมยกกระชับหน้า
โปรแกรม Mesofat เป็นวิธีกระชับหน้าที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัดเนื่องจากไขมันส่วนเกินสะสมบริเวณแก้มและเหนียงโดยเฉพาะ โดยการอาศัยตัวยาที่มีคุณสมบัติลดปริมาณไขมันส่วนเกินสะสม และมีส่วนช่วยยกกระชับผิวให้เต่งตึง โดยเห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่จำเป็นต้องเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องหรือทำควบคู่กับหัตถการหรือเทคโนโลยียกกระชับหน้าอื่น ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
4. โปรแกรมโบท็อก ยกกระชับหน้า ปรับรูปหน้าเรียวสวย
โปรแกรมโบท็อก หรือการใช้สาร ฺBotulinum Toxin ที่ออกฤทธิ์ระงับการทำงานของกล้ามเนื้อ นิยมนำมาฉีดเพื่อลดริ้วรอยบนใบหน้า ขณะเดียวกันยังใช้เทคนิค Dermolift ฉีดลงชั้นผิวหนังตื้น ๆ บริเวณกรอบหน้าเพื่อยกกระชับผิว สร้างกรอบหน้าที่ดูคมชัดมากยิ่งขึ้นได้ โดยผลลัพธ์คงอยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือนขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังทำของแต่ละบุคคล
5. โปรแกรม Oligio เทคโนโลยีคลื่นวิทยุยกกระชับหน้าพร้อมรีดแฟต
อีกหนึ่งวิธียกกระชับหน้าไม่ผ่าตัดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากก็คือโปรแกรม Oligio หรือเครื่องยกกระชับหน้าที่อาศัยคลื่นวิทยุ (RF) กระชับผิวตั้งแต่ชั้นผิวหนังด้านบนไปจนถึงไขมันชั้นลึกเพื่อการลดปริมาณไขมันส่วนเกินสะสมตามใบหน้าไปพร้อม ๆ กับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวกระชับเต่งตึง รูปหน้าเรียวสวยมากขึ้น
โดยการทำโปรแกรม Oligio จะเห็นผลหลังทำทันทีประมาณ 10-20% และเห็นผลเต็มที่ประมาณ 1 เดือน ก่อนคงสภาพผิวที่กระชับเต่งตึงแลดูอ่อนเยาว์ยาวนาน 10-12 เดือน
ยกกระชับหน้าจัดการปัญหาผิวหย่อนคล้อยทำได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องผ่าตัด
การยกกระชับหน้าเป็นทางเลือกในการดูแลปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ โดยมีให้เลือกหลากหลายวิธีขึ้นอยู่กับความต้องการหรือปัญหาผิวของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการนวดหน้ายกกระชับ, การทำโปรแกรม Mesofat, การทำโปรแกรมโบท็อก, การทำโปรแกรม Ultraformer III และการทำโปรแกรม Oligio ซึ่งล้วนเป็นวิธีกระชับผิวหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ใช้เวลาในการทำไม่นาน และผลลัพธ์อยู่ได้นานอีกด้วย
สำหรับใครที่กังวลปัญหาผิวหน้าไม่กระชับ มีความหย่อนคล้อย ต้องการฟื้นฟูหรือชะลอวัยให้ผิวกลับมาดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง ที่ TALISA Clinic มีบริการโปรแกรม Ultraformer III จำนวน 400 ช็อต เพียง 9,990 บาท แถมฟรีโปรแกรมโบท็อกลดขนาดกล้ามเนื้อกรามและลิฟต์กรอบหน้า และโปรแกรม Oligio เริ่มต้น 300 ช็อต 14,990 บาท พร้อมเลือกรับหัตถการฟรี 1 อย่าง (โปรแกรม Ultraformer III 100 ช็อต หรือ โปรแกรม Fat Bomb 1 โดส)
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- LINE @talisaclinic
- Instagram : talisaclinic
- Facebook : Talisa clinic



