จากกรณีเหตุ ดราม่า “วัดดัง-ชุมพร” ไม่ยอมให้พระต่างวัดมานั่งบนอาสนะที่จัดเตรียมไว้งานสวดฌาปนกิจศพด้วยกัน ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก ทางเจ้าภาพนิมนต์พระจาก 2 วัด โดยวัดที่ใช้ทำพิธีฌาปนกิจมีพระ 15 รูป และ พระต่างวัดอีก 10 รูป แต่เมื่อถึงเวลาปรากฏว่าทางเจ้าอาวาสวัดกลับปฏิเสธ ไม่ยอมให้พระสงฆ์ต่างวัดมานั่งบนอาสนะด้วยกัน โดยอ้างว่าเป็นกฎของวัด

งานนี้ทำเอาเจ้าภาพและแขกทั้งงาน ต่างรู้สึกแปลกใจกับกฎเกณฑ์ดังกล่าว พร้อมกับขอร้องให้อะลุ้มอล่วยกัน เพื่อให้งานไม่ล่าช้า แต่สุดท้าย ฝ่ายเจ้าอาวาสยืนกรานให้ทำตามกฎวัด ทางเจ้าภาพต้องจำใจให้พระต่างวัดทั้ง 10 รูป ไปนั่งอยู่บริเวณโต๊ะรับแขกด้านล่างแทน ส่วนบนอาสนะสงฆ์ มีเพียงพระในวัดเท่านั้นที่ประกอบพิธีได้ ท่ามกลางสายตาและเสียงวิจารณ์จากชาวบ้านจำนวนมาก

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้วว่า กรณีดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ โดยพระพยอม กล่าวว่า มันฝืนความรู้สึกในยุคที่ต้องการความเสมอภาค มีการยกตนข่มกัน ในทางวินัยก็มีเหมือนกัน ถ้าพระขาดศีลขาดธรรมศีลสามัญไม่เสมอกับท่าน ฝ่ายศิลป์บริสุทธิ์ก็จะรังเกียจว่า อย่ามานั่งร่วมกันอย่าลงปาฏิโมกข์ร่วมกัน เพราะอีกฝ่ายหนึ่งไม่บริสุทธิ์ อย่างนี้เจ้าภาพต้องขยับอย่าให้ตรงกันวันเดียว 2 วัด ไม่อย่างนั้นจะเกิดการขัดแย้งแบบนี้อีก

“…พระที่ยกว่าตัวเองถือศีลดีกว่า ทิฐิดีกว่า เอาอะไรเป็นเครื่องวัด เอาอะไรเป็นเครื่องตัดสิน ว่าวัดท่านเหนือกว่า ขอให้อยู่กันด้วยสามัคคีธรรมดีที่สุดธรรมดาทั่วไปดามันได้อยู่แล้ว ถ้าอีกฝ่ายไม่ถือศีลเหนือกว่า ไม่ถือว่าตัวเองมีอีโก้มากกว่า ก็อยู่ด้วยกันได้ แต่นี่อีกฝ่ายหนึ่งมีอีโก้ มันก็เลยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ขอแนะนำให้โยมเจ้าภาพดูว่าวัดไหน มีอีโก้จัด ก็อย่าไปนิมนต์…” พระพยอม กล่าว