เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 69 รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์ประจำสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) วิเคราะห์สถานการณ์ความตึงเครียดไทย–กัมพูชา โดยระบุว่า ภาพรวมของเกมการทูต และข้อพิพาทเชิงพื้นที่ในขณะนี้ ประเทศไทยยังอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบกว่ากัมพูชา ทั้งในมิติชายแดนทางบก พื้นที่ทางทะเล และการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับประเทศสำคัญในภูมิภาค ระบุว่าการเดินทางเยือนฝรั่งเศส และเวียดนาม ของฝ่ายไทยในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนยุทธศาสตร์การทูตเชิงรุกที่อาจเรียกได้ว่าเป็น “การเดินเกมแบบคีมหนีบ” เพื่อบีบพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ของกัมพูชา เนื่องจากทั้งฝรั่งเศสและเวียดนาม ล้วนเป็นประเทศที่กัมพูชา เคยมั่นใจว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตนเองมาอย่างยาวนาน

ฝรั่งเศสเคยเป็นเจ้าอาณานิคมในอินโดจีน และมีบทบาทเกี่ยวข้องกับเอกสารประวัติศาสตร์ เขตแดน รวมถึงมรดกโลก ขณะที่เวียดนามเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีอิทธิพลต่อการเมืองกัมพูชามาตั้งแต่อดีต การที่ไทยยกระดับความสัมพันธ์กับทั้งสองประเทศ จึงเท่ากับเป็นการเข้าไปสร้างน้ำหนักทางการทูตในพื้นที่ที่กัมพูชาเคยเชื่อว่าเป็นแต้มต่อของตนเอง

รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าวว่า การยกระดับความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศส และไทย–เวียดนาม ในระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ มีนัยสำคัญอย่างมาก เพราะทำให้กัมพูชาไม่สามารถมั่นใจได้อีกต่อไปว่า ฝรั่งเศสหรือเวียดนามจะยืนอยู่ข้างตนเองโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะในประเด็นชายแดน มรดกโลก ความมั่นคง และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในภูมิภาค

“ไทยกำลังทำให้กัมพูชากลายเป็นแซนด์วิช ถูกประกบโดยประเทศที่มีน้ำหนักทางยุทธศาสตร์มากกว่า ทั้งไทยและเวียดนาม ขณะเดียวกัน ฝรั่งเศสก็ไม่ใช่พื้นที่ผูกขาดทางการทูตของกัมพูชาอีกต่อไป” รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าว

รศ.ดร.ดุลยภาค สรุปว่า เกมของกัมพูชาไม่ใช่เพียงการใช้กำลังตามแนวชายแดน แต่เป็นการใช้หลายเครื่องมือพร้อมกัน ทั้งการทหาร การทูต กฎหมายระหว่างประเทศ และสงครามข้อมูลข่าวสาร ขณะที่ไทยเองก็ไม่ได้ตั้งรับอย่างเดียว แต่กำลังใช้การทูตเชิงรุก สร้างแนวร่วมทางยุทธศาสตร์ และรักษาความได้เปรียบในภาพรวม

“ถ้ามองเฉพาะทางทะเล เกมอาจยังผลัดกันรุกผลัดกันรับ แต่ถ้ามองทั้งภาพใหญ่ ทั้งบก ทะเล เศรษฐกิจชายแดน และการทูตระหว่างประเทศ ไทยยังไม่ได้อยู่ในสถานะลำบาก ตรงกันข้าม ไทยยังมีแต้มต่อมากกว่ากัมพูชา” รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าว