นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า จากการที่กรมได้ติดตามข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ และพบการประกาศซื้อขาย ชื่อ และหัวห้างหุ้นส่วน บริษัท และบัญชีธนาคารนิติบุคคล จำนวนมาก เพื่อนำไปหลอกลวงประชาชนและภาคธุรกิจนั้น กรมในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน ได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปราบปรามและดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลเหล่านั้นอย่างเข้มงวด โดย ข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า ปี 68 กลุ่มมิจฉาชีพนำชื่อนิติบุคคลไปเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อหลอกลวงประชาชน หรือบัญชีม้านิติบุคคลรวม 549 ราย 

ทั้งนี้ ในจำนวนนี้พบพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย ชื่อ ห้างหุ้นส่วนและบริษัท ที่เชื่อมโยงกับการกระทำความผิดทางอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยได้นำชื่อบุคคลมาจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียนนิติบุคคล เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทำธุรกรรมที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย เช่น การหลอกลวงออนไลน์ การฟอกเงิน หรือการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากหน่วยงานของรัฐ                   

“กรมขอเตือนประชาชนและผู้ประกอบการว่า การยินยอมให้ผู้อื่นนำชื่อไปใช้จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท หรือการรับจ้างเป็นผู้เป็นหุ้นส่วน หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการหรือผู้ถือหุ้นโดยมิได้ทำธุรกิจจริง ถือเป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงอย่างยิ่ง เพราะอาจต้องรับผิดตามกฎหมาย ทั้งโทษทางอาญาและทางแพ่งในฐานะผู้ให้การสนับสนุนโดยตรง โดยเฉพาะหากมีการนำชื่อ หัวห้างหุ้นส่วน บริษัทนั้น ไปเป็นบัญชีม้านิติบุคคลอาจจะกลายเป็นมิจฉาชีพโดยไม่รู้ตัว จึงขอย้ำเตือน ให้ระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อคำชักชวนให้ขายชื่อ หรือให้ผู้อื่นนำชื่อไปใช้จดทะเบียนนิติบุคคล

อย่างไรก็ตาม ช่วง 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) ปี 69 บัญชีม้านิติบุคคลลดลงเหลือ 19 รายและความเสียหายของประชาชน และภาคธุรกิจ ลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปี 68