เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเตรียมสถานที่ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลศพน้ององุ่น ที่ศาลาธรรมสังเวช วัดลิเจีย หมู่ที่ 4 ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพ ได้มีพันตำรวจตรีณรงค์ หุ้มขาว ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเรดาร์ พร้อมคณะครูและนักเรียน ช่วยกันจัดเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับร่างน้ององุ่นที่จะส่งกลับมาจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ กรุงเทพมหานคร

พันตำรวจตรีณรงค์ หุ้มขาว เปิดเผยว่า พิธีบำเพ็ญกุศลศพน้ององุ่นจะจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน แต่จะไม่มีพิธีสวดพระอภิธรรมตามความเชื่อของชาวมอญ เนื่องจากผู้เสียชีวิตมีอายุไม่ถึง 12 ขวบ โดยจะเปิดให้ประชาชนร่วมแสดงความเสียใจผ่านการวางพวงหรีดเท่านั้น และมีกำหนดฌาปนกิจในช่วงบ่ายวันที่ 10 มิถุนายน 2569 นี้ พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต

พร้อมกันนี้ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า น้องกานดา พี่สาวของน้ององุ่น จบการศึกษาแล้วและไปศึกษาต่อระดับชั้น ม.1 ที่โรงเรียนบ้านท่าดินแดง ส่วนนายแป๊ะ น้าชาย เรียนอยู่ระดับชั้น ป.6 โรงเรียน ตชด.บ้านเรดาร์ มีนิสัยเงียบเรียบร้อย ช่วยงานโรงเรียนมาโดยตลอด หากไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าว คาดว่าอาจมีโอกาสได้รับเลือกเป็นประธานนักเรียนในปีการศึกษา 2569 เนื่องจากเป็นที่รักของเพื่อนและรุ่นน้อง

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีผู้ใดคาดคิดมาก่อน โดยที่ผ่านมาไม่เคยมีเหตุลักษณะเช่นนี้ในพื้นที่ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ต้องออกไปทำงาน ทำให้เด็กอาจมีช่วงเวลาที่อยู่ตามลำพัง ก่อนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น ขณะที่พบว่าน้ององุ่นหายตัวไปในช่วงเย็นและไม่กลับบ้านตามปกติ จึงมีการออกค้นหาก่อนพบว่าเสียชีวิตแล้ว ทั้งนี้ฝากเตือนผู้ปกครองให้เพิ่มความระมัดระวังและดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังขละบุรี ได้นำตัวน้าชายและพี่สาวของน้ององุ่นส่งศาลจังหวัดทองผาภูมิ

ช็อก! พี่สาววัย 12 เสิร์ชบทลงโทษก่อนลงมือฆ่า “น้ององุ่น” พ่อแฉวันแรกฆาตกรยังนอนเนียนที่วัด

กระทั่งเวลา 13.00 น. ศาลจังหวัดทองผาภูมิ มีหนังสือชี้แจงระบุว่า ตามที่พนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี นำเด็กหญิงอายุ 13 ปี และเยาวชนชายอายุ 17 ปี ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และร่วมกันซ่อนเร้นหรือย้ายศพ มายื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาควบคุมตัวนั้น

ศาลได้ไต่สวนแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติการณ์ตามข้อกล่าวหา และมีการกระทำที่เข้าข่ายซ่อนเร้นหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน อีกทั้งคดีมีลักษณะละเอียดอ่อนกระทบต่อความสัมพันธ์ภายในครอบครัว จึงพิจารณาโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กและเยาวชน เพื่อให้ได้รับการฟื้นฟูและเยียวยาทางจิตใจ จึงมีคำสั่งให้ส่งตัวไปควบคุมยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรี เว้นแต่จะมีการยื่นประกันตัวตามกฎหมาย