จากกรณี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี มอบอำนาจทนายความ แจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลในคลิปเสียง ซึ่งก็คือ “ส้ม-กฤต” และผู้เผยแพร่คลิป ก็คือ “บังแจ็ค” รวมทั้งสิ้น 3 คน ซึ่งมีการพาดพิงว่า นายทรงศักดิ์ เกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบคัดเลือกบุคลากรท้องถิ่น มีโควตาให้ 1,500 อัตรา โดยจะต้องจ่ายเงินคนละ 350,000 บาท

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ สน.ทุ่งสองห้อง นายพงศกรณ์ เสาร์ทน พร้อม นายยุทธพงศ์ เพชรโชติ ทนายความ เดินทางมาพบ พ.ต.ท.ชัยรัฐน์ ธรรมสีทา สว.สอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อแสดงตัวตน และแสดงความบริสุทธิ์ ยืนยันว่าไม่ได้หลบหนี ภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวนกว่า 1 ชั่วโมง นายพงศกรณ์ เปิดเผยว่า หลังจากตนถูกแจ้งความก็ได้มาแสดงตัว พร้อมยอมรับว่าสิ่งที่ตนเองได้พูดไปในคลิปเสียงนั้นส่งผลกระทบหลายด้าน ซึ่งได้ให้การกับพนักงานสอบสวนถึงประเด็นที่มีการเอ่ยชื่อพาดพิง นายทรงศักดิ์ รองนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ตนเองยืนยันว่ามีเหตุผลที่เอ่ยชื่อไปเช่นนั้น แต่ยืนยันว่าทั้งตนเองและนายทรงศักดิ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องรู้เห็นกับกระบวนการทุจริตสอบแต่อย่างใด จึงขอโทษ นายทรงศักดิ์ และยอมรับผิด พร้อมเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย

ส่วนสาเหตุจะเป็นการเอ่ยพาดพิงเพื่อล่อซื้อหรือเก็บพยานหลักฐานจาก “ส้ม” ในการแฉทุจริตการสอบหรือไม่นั้น นายพงศกรณ์ บอกเพียงว่าไม่สามารถพูดได้ เพราะทุกอย่างอยู่ในสำนวน แต่ยืนยันตนเองไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ไม่มีการต่อรองผลประโยชน์ใด ๆ มีแค่เสียงที่ปรากฏเท่านั้น ส่วนเรื่องการดำเนินคดีกับ “ส้ม” วันนี้ตนเองได้ให้ข้อเท็จจริงกับพนักงานสอบสวน ถึงประเด็นคลิปเสียงว่าบุคคลใดทำคลิปขึ้นมา และให้ตำรวจพิจารณาว่า คลิปนี้เป็นพยานหลักฐานหรือไม่ จงใจทำให้ตนเองเกิดความเสียหายหรือไม่ และต้องการรักษาสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง ซึ่งหากพบว่าบุคคลใดเข้าข่ายกระทำความผิด ก็ให้ดำเนินคดีทันที

ทั้งนี้ นายพงศกรณ์ บอกด้วยว่า คลิปดังกล่าวเป็นการพูดคุยกันแค่ 2 คน คือตนเอง และ “ส้ม” ถูกบันทึกไว้ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นคลิปก็ต้องหลุดมาจาก “ส้ม” ซึ่งเป็นการเอาเสียงไปเผยแพร่สาธารณะทำให้ตนเองได้รับความเสียหาย ซึ่งตนเองไม่ได้รู้จักส้มเป็นการส่วนตัว เพิ่งมารู้จักกันโดยมีคนแนะนำมา

ด้าน นายยุทธพงศ์ ทนายความ เปิดเผยว่า วันนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อบุคคลใด แต่เป็นการเข้าให้ข้อเท็จจริงกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้รวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบว่าใครเป็นผู้บันทึกหรือเผยแพร่คลิป รวมถึงพิจารณาว่ามีเจตนาทำให้ นายกฤต ได้รับความเสียหายหรือไม่ หากพบว่ามีผู้กระทำความผิด ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายกับทุกคนที่เกี่ยวข้องทันที

ทนายความ ระบุเพิ่มเติมว่า ส่วนคดีที่นายทรงศักดิ์ มาแจ้งความต่อนายกฤต เมื่อวานนี้ ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อ นายกฤต เนื่องจากการเข้าพบครั้งนี้ เป็นการเดินทางมาด้วยตนเอง ไม่ได้เข้าพบตามหมายเรียก มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงตัว ยืนยันว่าไม่หลบหนี และพร้อมให้ความร่วมมือกับกระบวนการสอบสวนอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ นายพงศกรณ์ ยืนยันอีกครั้งว่า ไม่มีส่วนพัวพันกับการทุจริตสอบบรรจุ และไม่ได้มีผู้ใดเอ่ยชื่อตนในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิด พร้อมระบุว่าตนอยู่ในแวดวงการเมือง จึงรู้จักนักการเมืองท้องถิ่นจำนวนมาก แต่หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็พร้อมเข้าพบเจ้าหน้าที่และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมทั้งยืนยันว่า หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียกให้ไปให้ข้อมูล ก็พร้อมให้ความร่วมมือทุกประการ.