แม่ชีเจตกนกพรรณ ญานธรรมวิหาร สำนักเรียนวัดโมลีโลกยาราม ที่สามารถสอบได้ บาลีศึกษา (บ.ศ.) 9 ประจำปี 2569 โดยเป็น 1 ใน 3 ของผู้ที่สอบผ่าน จากจำนวนส่งสอบ 27 คน ได้เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจในการศึกษาภาษาบาลี ว่า จุดเริ่มต้นของแม่ชีอาจไม่ได้คิดอะไรมากนัก เพราะวัดป่าที่เคยอยู่ หลวงพ่อท่านเห็นคุณค่าและความสำคัญของการศึกษาภาษาบาลี จึงเมตตาส่งเสริมและกำหนดให้พระภิกษุ สามเณร แม่ชี รวมทั้งอุบาสกอุบาสิกาที่อยู่ในวัดทุกคนได้ศึกษา แม่ชีจึงได้เริ่มเรียนตามแนวทางที่ทางวัดจัดไว้ ในฐานะที่เป็นแม่ชี และเป็นผู้ศึกษาพระพุทธศาสนา มองว่าภาษาบาลีมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นภาษาที่ใช้บันทึกพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ในพระไตรปิฎก การได้ศึกษาภาษาบาลีจึงเปรียบเสมือนการได้เข้าถึงพระพุทธพจน์โดยตรง ทำให้เข้าใจความหมายของพระธรรมได้ลึกซึ้ง ถูกต้อง และไม่คลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ
แม่ชีเจตกนกพรรณ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ การเรียนภาษาบาลียังช่วยฝึกสติ ความอดทน และความละเอียดรอบคอบ เพราะต้องอาศัยความเพียรในการศึกษาและการพิจารณา เมื่อมีความเข้าใจในหลักธรรมมากขึ้น ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติและการดำเนินชีวิตได้อย่างแท้จริง จึงมองว่าภาษาบาลีไม่ได้เป็นเพียงภาษาโบราณหรือวิชาการเท่านั้น แต่เป็นสะพานที่เชื่อมให้เราเข้าถึงพระธรรมของพระพุทธเจ้า และเป็นรากฐานสำคัญในการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป

“เวลาสวดมนต์ก็มีความสุขมากขึ้น เพราะเข้าใจความหมายของบทสวด และเมื่อเข้าใจพระธรรมมากขึ้น ใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหาชีวิต สามารถนำหลักธรรมมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้จริง การเรียนภาษาบาลีต้องอาศัยอิทธิบาท 4 คือ ฉันทะ ความพอใจในการเรียน วิริยะ ความเพียร จิตตะ ความเอาใจใส่ และวิมังสา การหมั่นพิจารณาทบทวนอยู่เสมอ การเรียนทำให้มีสมาธิ ความอดทน และความมีวินัยมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพราะต้องใช้สมาธิอย่างมากในการท่องจำหลักไวยากรณ์และฝึกแปล หากไม่มีสมาธิก็จะไม่สามารถจดจ่อและทำความเข้าใจบทเรียนได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้มีความกล้าแสดงออกและกล้าแสดงความคิดเห็นมากขึ้นอีกด้วย” แม่ชีเจตกนกพรรณ กล่าว
พร้อมทั้งฝากด้วยว่า สำหรับผู้ที่กำลังลังเลว่าจะเริ่มเรียนภาษาบาลีดีหรือไม่ ขอเพียงเริ่มต้นลงมือทำ อย่ารอให้พร้อมทุกอย่าง เพราะเวลาไม่เคยคอยใคร หากได้เริ่มแล้ว อาจค้นพบสิ่งที่ไม่เคยคาดคิด ทั้งความรู้ ความเข้าใจในพระธรรม และการเปลี่ยนแปลงของตนเอง ที่สำนักเรียนบาลีวัดโมลีโลกยารามเป็นสถานที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ศึกษาภาษาบาลีอย่างเป็นระบบ มีพระอาจารย์ผู้ทรงความรู้และประสบการณ์ คอยเมตตาให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด บรรยากาศการเรียนเป็นกันเองและอบอุ่น มีเพื่อนร่วมเรียนคอยช่วยเหลือ สนับสนุน และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ทำให้การศึกษาภาษาบาลี ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องยาก กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ หากมีความตั้งใจและความเพียร

“ภาษาบาลีมิใช่เพียงภาษาโบราณ หากแต่เป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพาเราให้เข้าถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าได้อย่างถูกต้องและลึกซึ้ง เมื่อเข้าใจความหมายของพระธรรมแล้ว การสวดมนต์ การศึกษาพระไตรปิฎก และการปฏิบัติธรรมก็จะมีคุณค่าและเกิดประโยชน์ยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถนำหลักธรรมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างแท้จริง” แม่ชีเจตกนกพรรณ กล่าว



