เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ได้มีการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 โดยมีวาระการพิจารณาประกาศให้ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งเข้าสู่การพิจารณาในช่วงเวลาประมาณ 16.50 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเกาหลี ซึ่งตรงกับเวลาประมาณ 14.50 น. ในประเทศไทย โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม เป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมประชุม โดยที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ได้มีมติรับรองการประกาศให้ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งทำให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 ของไทย และส่งผลให้ประเทศไทยมีมรดกโลกรวม 9 แห่ง โดยวัดพระมหาธาตุฯ ยังถือเป็นมรดกโลกแห่งแรกในพื้นที่ภาคใต้ของไทยอีกด้วย

นายสุชาติ กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลไทย และคณะผู้แทนไทย ขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน สำหรับการตัดสินใจให้ขึ้นทะเบียน วัดพระมหาธาตุฯ เป็นมรดกโลก พวกเราได้ทุ่มเททำงานอย่างหนักมานานกว่าสิบปี การเสนอขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกในครั้งนี้ เป็นความพยายามร่วมกันของหลายหน่วยงานรวมถึงชุมชนที่เกี่ยวข้อง พวกเรารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่วัดพระมหาธาตุฯ ได้รับการยอมรับในคุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากล ในฐานะศูนย์กลางพุทธศาสนาในระดับภูมิภาค ในช่วงศตวรรษที่ 8 รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับการเสนอขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกโลก เนื่องจากมีส่วนสำคัญในการสร้างและกระจายรายได้สู่ชุมชน รวมถึงกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ แหล่งมรดกโลกแห่งใหม่นี้เป็นแหล่งมรดกโลกแหล่งที่ 9 ของไทย และที่สำคัญคือ เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในภาคใต้ของประเทศไทยด้วย

ทั้งนี้ วัดพระมหาธาตุฯ ได้รับการบรรจุรายชื่อในบัญชีชั่วคราว (Tentative List) ตั้งแต่ พ.ศ. 2555 ซึ่งการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกวัฒนธรรมวัดพระมหาธาตุฯ เป็นแหล่งมรดกโลก ภายใต้เกณฑ์คุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากล (OUV) คือ เป็นหลักฐานการหลอมรวมศาสนาพราหมณ์ ฮินดู พุทธศาสนามหายาน และเถรวาท ในเอเชียกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แสดงถึงศิลปะและสถาปัตยกรรม ประเพณีทางศาสนา และท้องถิ่น ที่ส่งอิทธิพลให้กับอาคารสิ่งก่อสร้างในภูมิภาค มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของมรดกโลก (Criterion) ได้แก่ เกณฑ์ข้อที่ 2 วัดพระมหาธาตุฯ แสดงถึงอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ ฮินดู พุทธศาสนามหายาน และพุทธศาสนาเถรวาท ที่มีต้นแบบมาจากศิลปะปาละในนาลันทา ชวาภาคกลาง ลังกา และมอญจากภาคใต้ของเมียนมา และส่งอิทธิพลให้กับศาสนสถานในประเทศไทย มาเลเซีย และแหล่งอื่น ๆ และเกณฑ์ข้อที่ 6 วัดพระมหาธาตุฯ เป็นประจักษ์พยานของระบบความเชื่ออันหลากหลายและเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งประเพณีทางศาสนาที่ยังคงดำเนินอยู่ มีความโดดเด่นระดับสากลในทางศิลปะและวรรณกรรม อาทิ การแสดงโนรา และตำนานท้องถิ่น แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งศักดิ์สิทธิ์และชุมชนโดยรอบ สร้างแรงบันดาลใจให้ศาสนสถานและชุมชนต่างๆ ในประเทศไทยและแหล่งอื่นๆ