นับว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่ายินดีของคนในวงการ เมื่อนักร้องหนุ่ม “วิน ศิริวงศ์” หรือ “วิน Sqweez Animal” ได้เข้าพิธีแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับแฟนสาว “พิมพ์ พิมพ์พัณ หงษ์ปาน“อย่างเป็นทางการ หลังคบหาดูใจกันมานานกว่า 3 ปี ที่จัดขึ้นณ โรงแรม สยามเคมปินสกี้ ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก โดยมีทั้งครอบครัว ญาติสนิท ดารา และศิลปิน เข้าร่วมแสดงความ ยินดีอย่างอบอุ่น
อีกทั้งวินและพิมพ์ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงเส้นทางรักของทั้งคู่ ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันในสถานที่ที่ไม่คาดฝัน ไปจนถึงเหตุผลที่ทำให้คนที่ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานอย่างวิน ยอมตกลงปลงใจที่จะใช้ชีวิตคู่กับผู้หญิงคนนี้ โดย วิน เผยว่า
“เจอกันในสถานที่ที่ไม่คาดฝัน คือในสนามกอล์ฟผมเป็นคนไม่ได้เล่นกอล์ฟเป็นประจำ พิมพ์เองเค้าก็เป็นนักแข่งรถแต่ดันมาเจอกันในสนามกอล์ฟ โดยเพื่อนของเราทั้งคู่ที่รู้จักกัน เจอกันแล้วก็ไม่ได้เป็นรักแรกพบอะไรขนาดนั้น แต่เราคุยกันตามธรรมชาติ ไม่ได้สปาร์คปิ๊งอะไรขนาดนั้น มันค่อยๆพัฒนารู้จักกันมากขึ้นเรียนรู้กันว่าสิ่งที่เขาให้คุณค่าในชีวิตเขา และสิ่งที่ผมให้คุณค่าในชีวิตผม คืออะไร และปัญหาชีวิตจนผมรู้สึกว่าคนนี้มีค่านิยมที่คล้ายกัน กิจกรรมที่ทำก็ทำคล้ายกันหลายๆอย่างมันก็เลยพัฒนามากกว่าพี่น้อง รู้ตัวอีกทีก็แต่งงานกันเสียแล้ว เขาไม่ได้รู้ว่าผมเป็นนักร้องก็เลยเป็นสิ่งที่ทำให้ผมถูกใจที่เขาชอบที่เราเป็นเราจริงๆ ไม่ใช่เพราะเรามีชื่อเสียง เป็นเรื่องที่ผมรู้สึกว่าเรารู้จักกันที่หัวใจจริงๆ”
พิมพ์ เผยว่า“เรารู้จักกับเพื่อนอีกคนที่สนิทกับเราทั้งคู่เราก็คุยกันปกติตามธรรมชาติ กิจกรรมเราทำด้วยกันหมดทุกอย่างเลยทำให้เราค่อยค่อยสนิทกันมากขึ้นจากกิจกรรม ตัวพิมพ์เองยังไม่รู้เลยว่าเขาเป็นนักร้องเพราะไม่ได้ฟังเพลงขนาดนั้น พิมพ์ชอบในความคิดของเขาค่ะเขาเป็นคนที่มีความคิดที่แปลก แต่เป็นความแปลกที่เป็นคนละมุมกับที่เรามองซึ่งพอเราได้มองมุมเขาเราก็รู้สึกว่าบางอย่างมันก็จริงทำให้เราได้เปิดมุมมองใหม่ๆ”
วิน เผยต่อว่า“มุมมองที่มันแตกต่างไปตาม อายุ และประสบการณ์ที่แต่ละคนเจอมาด้วย ทำให้เรามองเรื่องเดียวกันแต่เป็นคนละมุม พิมพ์คงจะหมายถึงว่าเค้าชอบมุมที่ผมมอง ส่วนผมชอบมุมความออแกไนซ์ของเขาค่อนข้างจะมีระเบียบมากกว่าผมโดยมันเหมือนเป็นอีกขั้วหนึ่งเลย ซึ่งผมเป็นคนไม่ค่อยชอบเตรียมตัวอะไรมากมาย แต่เขาเป็นคนที่ชอบเตรียมตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่เราขาดไปในชีวิต เขาเป็นสายทำธุรกิจ ส่วนผมเป็นศิลปินแต่สุดท้ายก็ทำธุรกิจเลยทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องการคนที่คิดเป็นธุรกิจมากขึ้นหน่อยเพราะว่าถ้าติสกับติสเจอกันมันจะพากันเข้าป่าแน่เลย เราชอบมุมนั้นของเขาแล้วเขาก็เป็นนักกีฬาอีก ไม่ใช่สาวหวานเป็นคนลุยใจถึงยิ่งกว่าผมในหลายๆเรื่อง”

“จริงๆแล้วผมไม่ค่อยมีความคิดเรื่องอยากจะแต่งงานแต่มันก็ไม่ใช่ว่าความสัมพันธ์ที่ผ่านไปแล้วมันไม่ดีแต่เรามักจะมองข้ามตัวเองไปในอนาคต และเราก็เห็นว่าสิ่งที่เราทำหลายๆอย่างมันหลากหลายมาก จนการที่เราเห็นภาพอีกคนนึงยืนคู่กับเราไปตลอดมันเป็นเรื่องยาก แต่กับคนนี้เราเห็นภาพว่าเขาไปด้วยกับเราในทุกเรื่อง จุดที่เราตัดสินใจแต่งเพราะว่าเราอยากเป็นคนที่ดีขึ้น พอรู้ว่าถ้าเปลี่ยนให้เธอแล้วฉันจะกลายเป็นคนที่ดีขึ้น ก็เลยรู้สึกว่าเราอยู่คู่กับคนนี้แล้วมันมีแต่เรื่องดีๆ มันไม่ใช่ง่ายมันก็เจอปัญหาเยอะแยะเหมือนทุกคู่แต่ผมรู้สึกว่าถ้าเราสู้ให้ผ่านพ้นแต่ละเรื่องไปได้ อีกด้านหนึ่งมันสวยงาม”
พิมพ์ เผยต่อว่า “ที่ตัดสินใจแต่งงานกับวินรู้สึกว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาเป็นคนที่ค่อนข้างซัพพอร์ตเราได้ทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคิดอารมณ์ ปัญหา เราผ่านด้วยกันมาได้อย่างราบรื่น และไม่ใช่แค่มีมันเป็นเรื่องของกิจกรรมที่เราทำด้วยกัน ไม่ว่าจะออกกำลังกายไปเที่ยว เราก็รู้สึกว่าถ้าเราทำไปเรื่อยๆจนแก่ คนนี้เขาก็สามารถทำกับเราได้ เพราะมันเป็นความชอบที่เขาชอบด้วย มันไม่ได้ฝืน ก็เลยรู้สึกว่าเราเข้ากันได้เกือบทุกมุมเลย”

วินเผยอีกว่า “เรื่องที่เราต้องปรับจูนก็จะจะเป็นในเรื่องของอารมณ์ความคาดหวัง เพราะเวลาอายุน้อยมันก็จะมีความแฟนตาซีโลกสวย สิ่งที่อยู่ในอุดมคติของเขาว่าถ้าเรื่องนี้ต้องเป็นแบบนี้ แต่ชีวิตมันไม่ได้เป็นแบบนั้นบางอย่างเราก็ต้องยอมผิดหวังบ้างเพื่อให้คนสองคนเดินไปด้วยกันได้ ถามว่าหลังจากนี้จะยังไงต่อแค่ที่ผมมาถึงจุดนี้ผมก็รู้สึกว่าตัวเองออกมาจากคอมฟอร์ทโซน ตัวเองมากแล้วเหมือนกันแต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ดี ผมรู้สึกว่าขั้นที่หนึ่งมันเกิดขึ้นแล้ว แต่ขั้นที่สองของการมีทายาทก็น่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ไม่ถึงขนาดที่ว่าปิดอู่ ตอนนี้เราก็คุยกันแล้ว พยายามชั่งใจว่าจะมีหรือไม่มีดี ไม่ใช่ 50/50 แต่ 70% รู้สึกว่าไม่อยากมี ส่วนผมอาจจะน้อยกว่าเขาซัก 10% แต่ตอนนี้ด้วยเสียงเชียร์ของผู้ใหญ่ที่มาในงานวันนี้ทุกคนอวยพรว่าลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองก็ชักจะเริ่มอ่อนแอลงไปนิดนึงแล้วเหมือนกัน”
พิมพ์พูดเสริมว่า “หลังจากที่ผู้ใหญ่อวยพรในวันนี้ว่าให้มีลูกเต็มบ้านเราก็รู้สึก 50/50 แล้วเหมือนกัน ที่ไม่อยากมีเพราะรู้สึกว่าเรายังไม่พร้อม เรารู้สึกว่าโลกมันน่าจะอยู่ยากขึ้น ทั้งมลพิษ ทั้งคนไม่ดีเยอะแยะ เราก็รู้สึกไม่มั่นใจว่าถ้าเกิดมาแล้วจะได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีหรือเปล่า”

วิน เผยว่า “แต่ก่อนเรายึดติดในรูปแบบการใช้ชีวิตแบบเดิมเวลาเป็นของเรากับคนรักเราอย่างเดียวและคิดว่าแล้วกิจกรรมที่เราชอบแต่พออยู่ในโลกใบนี้มาซักระยะหนึ่งแล้ว เราก็เลยรู้สึกว่าความสุขของเรามันก็วนอยู่เท่านี้ขึ้นๆลงๆหมุนไปเริ่มอยากจะมีรสชาติใหม่ๆ อย่างวันนี้มีการแต่งงานก็เป็นจุดที่ชีวิตไม่เคยเดินมาถึงเลยในความสัมพันธ์ก็ อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นยังไง ผมบอกกับพิมพ์ว่าผมไม่ค่อยตื่นเต้นกับการแต่งงานเท่าไหร่แต่ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ เพราะผมไม่รู้เลยว่าชีวิตหลังจากแต่งงานนี้มันจะเกิดอะไรขึ้น ในที่สุดแล้วคนสองคนก็ทำให้ดีที่สุดตอนนี้มันอยู่ที่ความคิดของเราเลยแต่ถ้าเราทำใจนิ่งๆใจเย็นๆก็น่าจะไม่ได้แตกต่างจากเดิมมาก“

”พื้นฐานความสัมพันธ์ของเราค่อยขยับขึ้นมาทีละนิดนิดผมเลยรู้สึกว่ามันค่อนข้างเข้มแข็ง ด้วยหลักการที่ผมตั้งเอาไว้กับพิมพ์ว่าผมอยากจะเป็นเพื่อนคุยกันได้ทุกเรื่องสุดท้ายแล้วความหวือหวามันหมดไปเราก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ผมอายุ 45 เพื่อนผมที่คบกันมาเค้ก็ยังคบกับผมอยู่เลย ในขณะที่แฟนหรือความสัมพันธ์คนรักมันจบไปแล้ว ผมก็อยากจะมีเพื่อนแบบนั้นที่อยู่ใกล้ๆกับผมตลอดไป“
”สิ่งที่อยากจะบอกถ้าไม่รู้ว่าตอนนี้รักก็ไม่รู้จักตอนไหนแล้วเอาเป็นว่าผมมองว่าพิมพ์เป็นแสงสว่างในในชีวิตผมในช่วงที่ผมรู้สึกว่าผมเริ่มจะงงกับชีวิตและไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางของเราอยู่ตรงไหนก็รู้สึกโชคดีมีพิมพ์เข้ามาในชีวิตแล้วมันทำให้ผมเห็นเป้าหมายเห็นจุดหมายใหม่ ถ้าเราคนๆนี้เดินด้วยกันอยู่ข้างๆไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็แล้วแต่ถ้ากันและกันมันก็เป็นความสุขและเป็นเป้าหมายชีวิตที่ไม่เลวนัก“

พิมพ์ ทิ้งท้ายว่า“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจะทุกข์หรือว่าสุขจะทะเลาะกันหรือไม่ทะเลาะกันเราก็จะจับมือกันไม่ปล่อยมือกัน “



ขอบคุณภาพจาก: winsqweez



