ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง กรณีของนักร้องชื่อดัง “เป๊ก ผลิตโชค” ที่ตกเป็นข่าวถูกชายวัย 21 ปี ใช้มีดฟันเข้าที่คางได้รับบาดเจ็บเลือดอาบ ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง เมื่อกลางดึกวันที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกใจและเป็นห่วงอย่างมากให้กับแฟนคลับที่ทราบข่าว โดยในเบื้องต้นมีรายงานว่าคู่กรณีอ้างว่าเป็นการป้องกันตัวระหว่างที่เข้าช่วยเหลือชายสูงอายุที่ขับรถกระบะ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก ได้ควบคุมตัวคู่กรณีมาสอบปากคำและแจ้ง 2 ข้อหา คือ พกพาอาวุธมีด และทำร้ายร่างกาย แต่หลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของเหตุการณ์ดังกล่าวในโลกออนไลน์ พฤติกรรมของเป๊กในคลิปนั้น ได้สร้างความประหลาดใจและทำให้หลายคนอึ้งกับสิ่งที่เขาได้ทำทั้งหมด ก่อให้เกิดคำถามและกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย ตามที่ข่าวได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น

ด่วน! “เป๊ก ผลิตโชค” นักร้องดัง ถูกฟันคางเลือดอาบคาปั๊ม ตร.รวบหนุ่มมือมีดทันควัน

ล่าสุดได้มีชาวเน็ตรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพขณะที่เป๊กอยู่บนหลังคารถแท็กซี่ พร้อมกับข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวของเป๊กผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า “ข่าวเรื่องก่อนเกิดเหตุเป๊กมีเรื่องทะเลาะกับ รปภ. ระหว่างเรียกแท็กซี่เริ่มออกมาแล้ว ก็เลยขอเปิดภาพที่พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ส่งมาแล้วกัน ใช่เป๊กไหมแก ถ้าใช่ เราขึ้นแท็กซี่บนหลังคาแบบนี้ มันไม่ได้ปะ จบดราม่านี้ หยุดกินเหล้าเถอะได้โปรด”

ความคืบหน้าต่อมา ด้านเพจดัง “จ๊อกจ๊อก” ได้ออกมาระบุข้อความเกี่ยวกับประเด็นของหนุ่มเป๊กว่า “รปภ. เผย เป๊ก ผลิตโชค นั่งหลับที่ป้ายรถเมล์ เข้าไปช่วยเหลือแต่ถูกด่าและกรี๊ดใส่ รปภ. หมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ กับปั๊มน้ำมัน เผยเหตุการณ์ก่อน เป๊ก ผลิตโชค ถูกทำร้ายว่า ปะมาณช่วงตีหนึ่งเห็นอัลพาร์ดขาวมาจอดที่ป้ายรถเมล์และเป๊กก็ลงมา ไปนั่งหลับที่เก้าอี้ป้ายรถเมล์ และเห็นคนขับรถของเป๊กลงมาปลุก

จากนั้นเป๊กก็เหมือนคนคุมสติไม่อยู่ อาละวาดคล้ายคนเมาวิ่งไปกลางถนน โบกเรียกแท็กซี่ เคาะหน้ารถแท็กซี่เหมือนจะทำร้ายคนขับ รปภ. คนนี้เลยจะเข้าไปช่วยเป๊ก แต่ถูกหันมาด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย รปภ. ยังบอกอีกว่านอกจากจะโวยวาย ด่าทอ อาละวาดแล้ว เป๊กยังได้กรี๊ดออกมา ตัวเองเลยตกใจวิ่งกลับไปที่ป้อม รปภ. เพราะกลัว ส่วนในรถอัลพาร์ด รปภ. เห็นแค่คนขับกับเป๊กเท่านั้น ซึ่งคนขับเองก็ไปช่วยห้ามด้วยเช่นกันตอนเคาะหน้ารถแท็กซี่”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เพจ จ๊อกจ๊อก, peckpalit