ในปัจจุบัน การจับกุมผู้กระทำความผิดในประเทศไทยได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นในแวดวงการเมือง ธุรกิจ หรือวงการบันเทิง แต่ยังมีอีกหนึ่งกลุ่มที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อและความศรัทธา ซึ่งได้ทำให้ผู้คนหลงเชื่อจนเกิดความงมงาย และนำไปสู่การสูญเสียทั้งทรัพย์สินและจิตใจจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ.. วันนี้เราจึงขอรวบรวมพาไปย้อนดู “3 คดีหมอดู” ที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทยอย่างร้อนแรง

คดี “ตี่ลี่ฮวงจุ้ย” หมอดูฮวงจุ้ยชื่อดัง

หนึ่งในคดีที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือคดีของ นายธนวันต์ หรือ “ตี่ลี่ฮวงจุ้ย” หมอดูฮวงจุ้ย ที่มีการจับกุมในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2567 โดยหมอดูรายนี้ได้สร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวเองจนมีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มักจะมีความกังวลในเรื่องสุขภาพ การเงิน และอนาคตของครอบครัว

หมอดูรายนี้ได้หลอกลวงผู้สูงอายุให้ทำพิธีเสริมดวงชะตาและซื้อวัตถุมงคลในราคาสูง โดยอ้างว่าจะช่วยแก้ฮวงจุ้ยและเสริมโชคลาภให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นเพียงการใช้ความเชื่อส่วนบุคคลเพื่อหลอกลวงเอาเงิน

มีผู้เสียหายกว่า 50 รายที่เข้าแจ้งความ รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของพฤติกรรมที่ใช้ความเชื่อมาเป็นเครื่องมือในการหลอกลวง

อย่างไรก็ตาม “ตี่ลี่ฮวงจุ้ย” ถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ และยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดได้กว่า 71 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นผลงานสำคัญในการนำผู้กระทำผิดมาลงโทษและคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียหาย
-เปิดภาพวินาที ตำรวจกองปราบฯ ถือฤกษ์ 11.11 ซุ่มจับ อ.อ๊อด ตี่ลี่ฮวงจุ้ย ไม่ทันตั้งตัว

คดี “หมอดูเสรี” หมอดูหลอกเด็กหนุ่ม

คดีนี้เป็นที่พูดถึงอย่างมากในเดือนพฤษภาคม 2568 โดยมีเหยื่อเป็นเด็กหนุ่มอายุ 16 ปี ที่กำลังประสบปัญหาเรื่องความรัก ซึ่งหมอดูใช้จุดอ่อนทางด้านจิตใจนี้ในการหลอกลวง นอกจากนี้ ยังได้ใช้ความเชื่อและพิธีกรรมแปลกๆ ในการทำพิธีเสริมดวงชะตา โดยอ้างว่าเป็นการแก้ปัญหาความรักและช่วยให้สมหวัง จนทำให้เด็กหนุ่มคนดังกล่าว ต้องสูญเสียทรัพย์สินไปกว่าครึ่งล้านบาท

นอกจากประเด็นการฉ้อโกง ที่สร้างความเสียหายทางการเงินแล้ว ยังมีข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศระหว่างการทำพิธีอีกด้วย ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมอย่างมาก เพราะเป็นการกระทำที่ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของเหยื่อ สุดท้ายแล้ว หมอดูคนดังถูกแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน และมีความผิดทางเพศอีกด้วย
-แฉกลลวงหมอดู! ทักรักแม่น แต่พาทำพิธีอุบาทว์ ถอดเสื้อผ้าแปะทอง สูบเงินเหยื่อครึ่งล้าน!

คดี “หมอดูร่างทรง”

เป็นอีกหนึ่งคดีที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน หลังเมื่อกลางเดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา นักธุรกิจสาวรายหนึ่ง ถูกหมอดูร่างทรงสาวสอง หลอกให้ทำบุญและสะเดาะเคราะห์ โดยจะเริ่มจากการตีสนิท หลังจากนั้นจึงเริ่มชวนทำบุญสะเดาะห์เคราะห์

หลังจากนั้น ได้ทักว่ามีของอัปมงคลอยู่ในบ้าน (หุ่นพยนต์, อีเป๋อ, ผมผี, ตะปูฝาโลง) เมื่อไปตรวจดูก็พบเจอจริง จึงแนะนำให้ทำพิธีแก้คุณไสย และแนะนำให้ทำพิธีสะเดาะเคาะเสริมดวงชะตาต่าง ๆ อ้างว่าธุรกิจจะได้ปังประสบความสำเร็จ แต่สุดท้ายกลับต้องสูญเงินไปเกือบ 7 ล้านบาท ซึ่งทางหมอดูชื่อดังในข่าวได้ออกมายอมรับว่าก่อนเกิดเรื่อง มีคิวดูดวงแน่น มีลูกศิษย์และคนเข้ามาดูดวง จนทำให้เหลิง เล่นหวยบ้างอะไรบ้าง เรียกได้ว่าใช้เงินเกินตัว สุดท้ายแล้ว หมอดูคนดังถูกแจ้งข้อหาฉ้อโกงเป็นที่เรียบร้อย

เป็นหมอดูก็เสี่ยงทำความผิด!

หากหมอดูพูดว่าบุคคลใดเป็น “มือที่สาม”, “เป็นคนเลวในอดีต”, “จะฆ่าคนนั้นคนนี้” แล้วมีคนเชื่อ และทำให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326-328 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท

หากหมอดูแกล้งทำนายเพื่อหลอกให้คนจ่ายเงิน จะเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน มาตรา 343 มีโทษจำคุก 5-10 ปี ปรับสูงสุด 200,000 บาท

แอบอ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเจ้าเข้าทรงหลอกลวง หากไม่มีเจตนาแต่มุ่งหวังผลประโยชน์ อาจเข้าข่ายหลอกลวงประชาชนโดยใช้ความเชื่อผิด

แต่หากมีการพูดถึงเหตุการณ์บ้านเมือง โดยกล่าวล่วงหน้าถึงเหตุการณ์ในลักษณะทำให้ประชาชนตื่นตระหนก โดยไม่มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงรองรับ ในเรื่องนี้ทาง “ทนายเกิดผล แก้วเกิด” ก็ได้ออกมาเตือนว่า “ไม่ใช่โหนกระแสไปเรื่อย การพูดจาซี้ซั้ว พูดจาไม่รู้กาลเทศะ ทำให้ประชาชนแตกตื่น ในช่วงเวลานี้ควรจะถูกดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 384 อีกสักคนนะครับ อย่าคิดว่าไม่เคยมีคดีแบบนี้นะครับ แถมยังเคยมีคนถูกศาลตัดสินจำคุกมาแล้ว เพราะทำให้ประชาชนแตกตื่น”..