เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่รัฐสภา  นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน รับยื่นหนังสือจาก นายภัทรพงศ์ ศุภักษร ทนายความ เพื่อขอให้ผลักดันนโยบายเพื่อให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีธรรมนูญกรุงโรม ว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ (Rome Statute of the International Criminal Court)

โดยนายภัทรพงศ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ระว่างวันที่ 24 – 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายกัมพูชามีการยิงขีปนาวุธ BM-21 เข้าใส่พื้นที่พลเรือน ในอ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ทั้งที่ไม่มีเป้าหมายทางทหาร ในบริเวณดังกล่าว เป็นเหตุให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งการกระทำนี้เข้าข่ายอาชญากรรมสงครามตามกฎหมายระหว่างประเทศ

นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อไปว่า จึงขอเสนอความเห็นในฐานะประชาชนผู้ตระหนักถึงศักดิ์ศรีแห่งความยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ว่า ประเทศไทยควรพิจารณาเข้าร่วมเป็นภาคี ธรรมนูญกรุงโรม ค.ศ. 1998 (Rome Statute of the ICC) อันเป็นสนธิสัญญาที่จัดตั้ง “ศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court : ICC)” เพื่อใช้เป็นกลไกลยุติธรรมระดับนานาชาติ สำหรับดำเนินคดีต่อบุคคลผู้กระทำความผิดร้ายแรง อันได้แก่ อาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และอาชญากรรมรุกราน (aggression) กับผู้กระทำผิด เช่น นายฮุนเซน นายฮุนมาเน็ต และผู้นำทางกองทัพของกัมพูชาระดับสูง เป็นต้น เพื่อเป็นคุ้มครองประชาชนคนไทยจากอาชญากรรมสงคราม ด้วยความเคารพในหลักกฎหมายและมนุษยธรรม

ทั้งจะเป็นการยืนยันจุดยืนของไทยในเวทีระหว่างประเทศ ว่าประเทศไทยสนับสนุนกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ปล่อยลอยนวล ให้ผู้กระทำผิดร้ายแรงไม่ถูกดำเนินคดี โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพรรคประชาชนได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อผลักดันนโยบายการเข้าเป็นภาคี ICC ของประเทศไทย เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนไทย และยกระดับมาตรฐานยุติธรรมของประเทศในเวทีโลกต่อไป

ด้านนายณัฐพงษ์ กล่าวภายหลังรับยื่นหนังสือว่า ขอยืนยันว่าตนและพรรคประชาชนรู้สึกว่าคนไทยทุกคนได้รับการปฏิบัติไม่เป็นธรรม รวมถึงได้รับการปฏิบัติที่อาจจะละเมิดกติกาสากลระหว่างประเทศ อาทิ กรณีที่พลเรือนถูกโจมตีในพื้นที่โรงเรียน โรงพยาบาล จากฝั่งกัมพูชา จึงขอเน้นย้ำให้เห็นความสำคัญที่ว่าผู้มีอำนาจรัฐหรือผู้นำประเทศในฝั่งกัมพูชา เป็นสิทธิ์ที่ประเทศไทยจะใช้กลไกที่มีอยู่ในศาลอาญาระหว่างประเทศในการดำเนินการดังกล่าว แต่ทั้งนี้ การดำเนินคดีดังกล่าว มีหลายช่องทางด้วยกัน เช่น ประชาชนคนไทยผู้ที่ได้รับความเสียหายโดยตรงสามารถยื่นไปที่ศาลอาญาระหว่างประเทศโดยตรง หรือรัฐบาลไทย ยอมรับเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศเฉพาะเรื่อง นอกจากนี้กลไกอีกหนึ่งช่องทางคือให้ประเทศไทยเข้าไปเป็นสมาชิกของศาลอาญาระหว่างประเทศโดยสมบูรณ์ โดยแต่ละช่องทาง สามารถดำเนินคดีกับผู้นำของกัมพูชาได้ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนจะรับเรื่องดังกล่าว มาช่วยผลักดันไปยังช่องทางที่มีความเหมาะสมที่สุดต่อไป.