สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย กล่าวต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมาเลเซีย ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ว่ามาเลเซียจะยังคงทำหน้าที่คนกลางให้กับการเจรจาระหว่างไทยกับกัมพูชา จนกว่าข้อพิพาททั้งหมดจะได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์ แม้มาเลเซียจะครบวาระการดำรงตำแหน่งประธานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) สิ้นปีนี้ และฟิลิปปินส์จะรับตำแหน่งในปี 2569
อันวาร์กล่าวว่า เคยมีการวางแผนแบบกว้าง ว่าต้องการให้ไทยและกัมพูชาหาข้อยุติจากปัญหาทั้งหมดภายใน 3 เดือน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนแล้วว่า การเจรจาใดก็ตามไม่สามารถกำหนดกรอบระยะเวลาได้อย่างตายตัว สิ่งสำคัญกว่านั้น คือการทำให้การหารือต้องมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการหยุดยิง ร่วมด้วยการที่ทั้งไทยและกัมพูชาต้องมีความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง ที่จะแก้ไขปัญหาทั้งหมด
Selepas mencapai kesepakatan gencatan senjata dengan Thailand dan Kemboja tempoh hari, saya tegaskan bahawa Malaysia sedia membantu pemantauan sempadan jika diminta, bersama Atase Pertahanan ASEAN bagi memastikan pelaksanaan gencatan senjata dan keamanan yang berpanjangan.… pic.twitter.com/I7H8JRDtkL
— Anwar Ibrahim (@anwaribrahim) August 5, 2025
ขณะเดียวกัน ผู้นำมาเลเซียเน้นความสำคัญของหลักการที่อาเซียนต้องเป็นกลาง ในการจัดการกับทุกข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างสมาชิก และย้ำว่า หากต้องมีการจัดตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ หรือกองกำลังเฉพาะกิจเพื่อร่วมรักษาสันติภาพตามแนวชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ทีมงานเหล่านี้ต้องเป็นผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนเท่านั้น อาเซียนต้องร่วมกันหาทางยับยั้งความพยายามแทรกแซงของมหาอำนาจภายนอก
นอกจากนี้ อันวาร์เชื่อมั่นว่า การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ระหว่างไทยกับกัมพูชา จะได้ข้อสรุป ในวันที่ 7 ส.ค. และมาเลเซียพร้อมเป็นผู้นำในการส่งทีมงานลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดน.
เครดิตภาพ : AFP



