สถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ปะทุขึ้น กองทัพไทยได้ออกมาประณามรัฐบาลและกองทัพกัมพูชาอย่างรุนแรง กรณีทิ้งศพทหารของตนเองไว้ในสนามรบอย่างน่าเวทนา ถือเป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรมและละเมิดกฎหมายสากล พร้อมเรียกร้องให้รับผิดชอบต่อทหารผู้พลีชีพโดยทันที ในขณะที่ฝั่งกัมพูชากลับปฏิเสธและไม่ยอมรับการสูญเสียครั้งนี้อย่างเป็นทางการ ทำให้หลายครอบครัวต้องออกมาตามหาคนหายด้วยตัวเอง ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “นายนันทิวัฒน์ สามารถ” อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้ออกมาเผยเบื้องหลังเดือดเขมร-ไทย ที่เขมรรบเอาเป็นเอาตาย อาจไม่ใช่แค่น้ำมัน แต่อาจหมายถึงแร่ทอง-แรร์เอิร์ธ ลงเฟซบุ๊ก “Nantiwat Samart”

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “เขมรรบทำไม ผมมีความเชื่อมาตลอดว่า เขมรรบเพราะอยากได้น้ำมันในอ่าวไทย เพื่อลากเส้นจากเขตแดนทางบกผ่านหลักเขตที่ 73 แหลมสารพัดพิษลงทะเล เพื่อกำหนดเป็นเส้นทะเลอาณาเขต และไหล่ทวีป เพราะกัมพูชาไม่มีทรัพยากรธรรมชาติอะไรเหลือมากนัก”
“แต่มีคำถามว่า ทำไมผู้นำเขมรถึงต้องรบแบบเอาเป็นเอาตาย แถบเทือกเขาพนมดงรัก ตั้งแต่เขาพระวิหาร, ภูมะเขือ, ช่องบก, ช่องอานม้า, ปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาควาย ส่งทหารเขมรมาตายหลายพันคน”
“รบทำไม จนไปพบข้อมูลใหม่จากเอกสารฝรั่งและไทยว่า บริเวณเทือกพนมดงรัก (อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ และสุรินทร์) ชายแดนไทยกัมพูชาอาจมีแร่แรร์เอิร์ธที่หาได้ยากจำนวนมาก รวมทั้งแร่ทองคำ, เหล็ก, แมงกานีส และแบไรต์ อยู่ใต้ดินรอการสำรวจขุดค้น ใครจะอ้างสิทธิเป็นเจ้าของ สงครามจึงเป็นคำตอบหรือเปล่า มหาอำนาจจะมาขอเอี่ยวด้วยมั้ง”
ขอบคุณข้อมูล : Nantiwat Samart



