ต่อมาก็เจอมรสุมเขากระโดง เมื่อ “มท.อ้วน”ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ชักดาบเชือด เอากลับมาเป็นที่หลวงทันที โดยตั้งคณะกรรมการสอบกรณีที่นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน ไม่เวนคืนที่ดินเขากระโดงกลับไปเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย ( รฟท.)  งกรมที่ดินเคยชี้แจงว่า การดำเนินการของอธิบดี มาจากมติของคณะกรรมการที่พิจารณาเรื่องต้องเวนคืนที่ผืนไหน อย่างไร ..ก็กลายเป็นว่า ไปขัดกับกรรมการชุด มท.อ้วน

มท.อ้วน แจ้งว่าอธิบดีพรพจน์ได้ขอย้ายตัวเองไป เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการสอบ  เมื่อวันที่ 1 ส.ค. หรือเรียกว่า มท.อ้วนทำงานแค่เดือนเดียว ประกาศเวนคืนที่เขากระโดงทันที เด็ดขาดถึงขนาดสั่งว่า “วันที่ 2 ส.ค.ทยอยเวนคืนได้” แต่ก็ต้องช้าไปอีกหน่อย เพราะไม่มีอธิบดีกรมที่ดิน ณ ขณะนี้ จุดสำคัญคือสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของ“เสี่ยโอ้ง”เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ผู้นำทางจิตวิญญาณพรรคภูมิใจไทย   

“บังซุป”ศุภชัย ใจสมุทร คณะทำงานกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ออกมาจิกกัดเหน็บแนมว่า “ถ้าไม่ใช่เรื่องการเมือง จะดำเนินการเร็วอย่างนี้หรือไม่” เชื่อว่า หลายคนก็คงคิดเหมือนกัน แต่ก็คงอยากรู้ด้วยว่า เขาขัดแย้งแตกหักกันอย่างไรถึงไล่ทุบแบบตามล้างผลาญกันขนาดนี้ คดีความ ถ้ามีเรื่อง“จัดการขั้วตรงข้าม”มาเกี่ยว ก็เดินเร็วเสมอ ภูมิใจไทยก็ท้าให้เร่งเวนคืนที่ดินอัลไพน์ให้วัดเสียที  แต่ท่าทางถามไปก็คงไม่มีเสียงตอบรับ จากหมายเลขที่คุณเรียก

บ่วงที่สาม ที่ภูมิใจไทยต้องภาวนาอย่างหนักให้ผลสอบออกมาเป็นคุณต่อตัวเอง คือเรื่องการฮั้ว สว. ที่ “บิ๊กหมง”มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาแก้เกมโดยให้สอบ มท.อ้วน ประธานบอร์ดคดีพิเศษ แทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่ แต่ขณะเดียวกัน คณะกรรมการไต่สวนก็มีความคืบหน้าออกมาเรื่อยๆ ซึ่งนอกจากจะสอบ 138 สว.แล้ว จะลามไปถึงบ้านใหญ่ชิดชอบ ทั้งเนวิน และ“เจ๊ต่าย กรุณา ชิดชอบ” ไปถึง สส.และแกนนำพรรคคนอื่นว่าอยู่เบื้องหลัง

เหมือนภูมิใจไทยตอนนี้“ยังไม่ฟื้นดี”ว่าจะดึงความนิยมกลับ และขยี้เพื่อไทยอย่างไร ซึ่งสิ่งที่น่าจะเป็นตัวชี้วัดสำหรับ “เสี่ยหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค คือการเลือกตั้งซ่อมที่จะเกิดขึ้น ที่ศรีสะเกษ “พื้นที่ไล่หนูตีงูเห่า” คราวนี้หนูก็ต้องสู้ให้สำเร็จ ดัน“จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล” นามสกุลบ้านใหญ่ศรีสะเกษ ลงชิงกับเด็กเพื่อไทย “ภูริกา สมหมาย” บุตรสาวนายอมรเทพ สมหมาย สส.เขตนี้ที่เสียชีวิตไปแล้ว ดูๆ ไปน่าจะเป็นพื้นที่ชนช้าง

ขณะที่เชียงรายเขต 7 นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย  เพิ่งถูกปรับพ้น สส.ไปเนื่องจากกระทำการเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญ ม.144 เกี่ยวกับการผันงบประมาณลงพื้นที่ตัวเอง เพื่อไทยนั้นบอกว่า พร้อมที่จะส่งคนลง ที่อาจลำบากคือ ไม่รู้ว่า จะแก้ต่างข้อกล่าวหาของนายพิเชษฐ์อย่างไร อาจบอกว่า“นี่คือข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ที่ไม่เอื้อให้ สส.ช่วยเหลือพื้นที่ได้เพียงพอ” แต่ถ้าไปดูที่ฝ่ายค้านเขาอภิปราย แล้วเห็นวิธีทำโครงการ อาจคิดอีกแบบ

เชียงรายก็อาจเป็นพื้นที่วัดแต้มต่อกันอีกครั้ง เมื่อฝั่งเสี่ยหนู ภูมิใจไทย มีฐานเสียงจาก อบจ.ตระกูลวันไชยธนวงศ์  ส่วนพรรคประชาชน ( ปชน.) ก็อาจส่งคนลงสมัครด้วย เพราะกระแสตีภาคเหนือได้ในเลือกตั้งใหญ่ครั้งที่ผ่านมาก็แรงอยู่  เชียงรายก็เป็นพื้นที่น่าสนใจที่ฝ่ายค้านจะตกลงส่งผู้สมัครกันอย่างไร แต่เป้าหมายสำคัญก็คงไม่พ้นต้องได้ สส.ใหม่ ทั้งศรีสะเกษ และเชียงราย เป็นของฝ่ายค้าน ในภาวะที่เสียงปริ่มน้ำจนวิปรัฐบาลขู่ประจานคนขาดประชุม

จับชีพจรภูมิใจไทยวันนี้ ยังดูหืดขึ้นเพราะโดนเพื่อไทยเล่นงานรัวๆ ซึ่งก็รอดูจะเผยไพ่ใบไหนพลิกมาสร้างแต้มต่อ.