สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ว่า คำสั่งใหม่ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซา) เรียกร้องให้มีการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดด้านพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อคัดเลือกข้อเสนอเชิงพาณิชย์ 2 ข้อ ภายใน 6 เดือน โดยกำหนดให้เป็นวาระสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อแซงหน้าความพยายามร่วมกันระหว่างจีนกับรัสเซีย

บันทึกลงวันที่ 31 ก.ค. 2568 ซึ่งลงนามโดยนายฌอน ดัฟฟีย์ รมว.คมนาคมสหรัฐ และรักษาการผู้อำนวยการนาซา ถือเป็นสัญญาณล่าสุดในการเปลี่ยนแปลงของนาซา โดยให้ความสำคัญกับการสำรวจอวกาศของมนุษย์ มากกว่าการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ

“นับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2567 จีนและรัสเซีย ประกาศความพยายามร่วมกันอย่างน้อย 3 ครั้ง ในการติดตั้งเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์บนดวงจันทร์ ภายในช่วงกลางทศวรรษที่ 2573 นั่นหมายความว่า ประเทศแรกที่ทำสำเร็จ อาจประกาศเขตห้ามเข้า ซึ่งจะขัดขวางภารกิจอาร์ทิมิสของสหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ หากสหรัฐไม่ดำเนินการก่อน” บันทึกระบุเสริม

อนึ่ง แนวคิดการใช้พลังงานนิวเคลียร์นอกโลกไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เนื่องจากระบบนิวเคลียร์สามารถทำงานได้ตลอดเวลา ซึ่งมีคุณค่าอย่างยิ่งในช่วงเวลากลางคืนบนดวงจันทร์ที่ยาวนานหลายสัปดาห์ หรือกรณีที่เกิดพายุฝุ่นบนดาวอังคาร อีกทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยียังทำให้ระบบดังกล่าว มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบามากขึ้น.

เครดิตภาพ : AFP