ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พะเยาของหลายอำเภอเริ่มคลี่คลายจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้วนั้นยังพบว่าในหลายพื้นที่ของ อ.เชียงคำ และ อ.ภูซาง ชาวบ้านยังต้องใช้เวลาอีกหลายอาทิตย์กว่าสภาพบ้านเรือนและความเป็นอยู่จะกลับมาเป็นปกติด้วย ทั้งนี้ทางนายธวัช จรัสวรภัทร นายอำเภอชียงคำ และนายสมชาย วงศ์จริยะเกษม นายอำเภอภูซาง พร้อมด้วยเจ้าหน้ามอบชุดธารน้ำใจ(ถุงยังชีพ)จากสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ร่วมกับสถานีกาชาดที่ 3 เชียงใหม่ สภากาชาดไทยร่วมกับกิ่งกาชาดทั้ง 2 อำเภอลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนทันที ในส่วนพื้นที่ ต.หย่วน อ.เชียงคำนั้นได้รับความเดือดร้อนคือบ้านมาง ม.4 จำนวน 100 ครัวเรือน บ้านทุ่งบานเย็น ม.13 จำนวน 40 ครัวเรือน ส่วนของ อ.ภูซางนั้นเป็นในส่วนของตำบลภูซาง จำนวน 56 ชุด และตำบลเชียงแรง 342 รวมทั้งหมด 398 ชุดด้วยกัน

นายธวัช เปิดเผยว่า สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือชาวบ้านแบบต่อเนื่องด้วยส่วนใหญ่ยังไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติได้ เพราะต้องทำการเคลียร์บ้านพักที่อยู่อาศัยให้กลับมาเป็นปกติ ทั้งนี้ยังพบว่าหลายครอบครัวบ้านเรือนบางจุดจำเป็นต้องรื้อในเรื่องของอุปกรณ์ที่เสียหายจากน้ำท่วมภายในบ้านด้วย ทั้งนี้สภากาชาดไทยได้ลงมาช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทันที เพราะหากปล่อยไว้ชาวบ้านอีกหลายครอบครัวก็ยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติด้วยเช่นกัน ทั้งนี้พื้นที่ อ.เชียงคำทีได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างเห็นจะเป็นในส่วนของ ต.หย่วนที่มีหลายครอบครัวที่เดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ตนเองก็ได้สั่งการให้ทุกส่วนร่วมเร่งการช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งในเรื่องของการล้างบ้านหรือการช่วยเหลือด้านอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

ด้านนายสมชาย กล่าวว่า ในส่วนของ อ.ภูซางนั้น ที่หนักที่สุดเห็นจะเป็นพื้นที่ของต.เชียงแรง เพราะเป็นพื้นที่ท้ายน้ำซึ่งน้ำ 3 สายได้ไหลมารวมกันก่อนจะไหลสู่ อ.เทิง จ.เชียงราย ซึ่งจุดเหล่านี้ชาวบ้านต่างได้รับความเดือนร้อนมาหลายปีแล้ว ตนเองจึงได้ลงพื้นที่บัญชาการเองของในเรื่องการให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ รวมทั้งยังมีชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างได้ช่วยกันนำอาหารกล่องและข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นมาแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมด้วย และทั้งนี้เองสภากาดไทยก็ยังเดินทางมามอบถุงยังชีพช่วยเหลือครอบครัวทีได้รับความเดือดร้อนอีกซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และตนมองว่าชาวบ้านที่ได้รับการช่วยเหลือครั้งนี้จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติต่อไปเช่นกัน



