จากกรณี “ต้าเหนิง” ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ E คาดปนเปื้อนมูลสัตว์จากผักสดออร์แกนิก หมอเจด ย้ำชัดผักคลีนไม่ได้แปลว่าไร้โรค ยิ่งกินสดไม่ผ่านความร้อนยิ่งเสี่ยง หากมีไข้ร่วมกับ “ตัวเหลือง ตาเหลือง” ต้องรีบพบแพทย์ทันที ตามที่เสนอไปก่อนหน้านี้
อ่านข่าวต่อ : “ต้าเหนิง” ป่วยตับอักเสบ E ค่าตับพุ่ง 1,400! หมอเจดเตือน “ผักออร์แกนิก” ไม่เท่ากับปลอดเชื้อ

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. “ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาที่มีชื่อเสียงด้านโรคสมอง ได้โพสต์ข้อความให้ความรู้ด้านสุขภาพลงในเพจ “สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์” พร้อมระบุว่า “ได้ข่าวดาราท่านหนึ่ง ติดตับอักเสบ E ค่าตับขึ้นเป็นพัน จะเรียกว่าตับอักเสบ อันตรายสุด ก็มีคนถาม มันมีตับอักเสบ E ด้วยเหรอ ได้ยินแต่ A ที่ทำให้ท้องเสีย และ B ที่อักเสบเรื้อรัง แล้วที่บอกว่า ติดจาก “ผักออร์แกนิก” นี่มันจริงเหรอ ต้องมานั่งล้างกันแบบเอาสก๊อตไบร์ทถูผักไหม คือจะผักอะไร มันก็ติดเชื้อได้หมดแหละ Organic มันปลอดยาฆ่าแมลง มันไม่ได้ขาดการปนเปื้อนทั้งหมดได้ เอาวันนี้มารู้จักเพื่อใหม่ ไวรัสตับอักเสบ E ดีกว่านะ มันญาติที่ถูกลืมของตับอักเสบ A, B และ C เจ้าไวรัสตับอักเสบ B และ C นี้ ปกติ มันอักเสบเรื้อรัง มักไม่ค่อยมีอาการ แต่ก็แรงเอาเรื่อง เพราะมีอาการนี่ มะเร็งตับครับ แล้วเจ้าไวรัสตับอักเสบ E นี่ก็สำคัญนะ อาการมันจะเป็นแบบเฉียบพลัน เรียกไวรัสตับอักเสบ E ว่า HVE ละกันนะ”

“เจ้า HEV ติดต่อผ่าน “เส้นทางอุจจาระ-ปาก” (fecal-oral transmission) กล่าวคือ เชื้อจากอุจจาระของผู้ติดเชื้อปนเปื้อนลงสู่น้ำ อาหาร หรือสิ่งแวดล้อม ก่อนจะเข้าสู่ร่างกายของผู้รับเชื้อผ่านการรับประทาน สรุปหากติด ก็กินเศษอุจจาจะไปนั่นแหละ อาการนี่เป็นเร็วครับ อ่อนเพลียอย่างมาก, เบื่ออาหาร, คลื่นไส้, อาเจียน, ปวดเมื่อยตามร่างกาย, ปัสสาวะสีเข้ม, ตัวเหลือง ตาเหลือง, ค่าตับ (AST/ALT) สูงผิดปกติ สงสัย นี่ก็ใช่เลย ต้องพบแพทย์ เพื่อรักษาตับอักเสบ ไม่งั้น ตับพังได้ แล้วที่มันติด คือ อุจจาระไง หากกินผักเลยระวัง หากไม่สะอาด คำว่า “ออร์แกนิก” ไม่ได้แปลว่าปลอดเชื้อนะ หลายคนเข้าใจผิด อาหารออร์แกนิกถูกออกแบบมา เพื่อลดการใช้สารเคมีสังเคราะห์ ปุ๋ยเคมี และสารกำจัดศัตรูพืชบางประเภท แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดจากเชื้อโรคทุกชนิด ง่ายๆ ว่าการเป็นออร์แกนิก กับความปลอดภัยจากเชื้อโรค เป็นคนละเรื่องกัน”

โดยผักออร์แกนิกยังคงมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคได้จากหลายแหล่ง อาทิ
1.น้ำที่ใช้รดพืช
2.ปุ๋ยคอกที่ผ่านการหมักไม่สมบูรณ์
3.การขนส่งและเก็บรักษา
4.ผู้สัมผัสอาหารที่มีสุขอนามัยไม่เพียงพอ
5.สัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ป่าที่เข้ามาในพื้นที่เพาะปลูก

“ดังนั้น หากผักถูกปนเปื้อนเชื้อ HEV และถูกรับประทานแบบดิบหรือทำความสะอาดไม่เพียงพอ ก็มีโอกาสทำให้เกิดการติดเชื้อได้ certified organic ไม่ได้ certified ไม่มีเชื้อนี่น่า ก็ต้องดูแหล่ง และ บริษัทที่ผลิตด้วย ในยุโรปและเอเชีย หลายกรณีของ HEV กลับเชื่อมโยงกับการบริโภคเนื้อหมูดิบหรือสุกไม่เพียงพอ มากกว่าการบริโภคผัก เพราะมีการปนเปื้อนมากกว่า คนอยากสุขภาพดี แต่กินผักก็เลือกหน่อย และกระทำการล้างให้ดีด้วยนะ อยากสุขภาพดี กินอาหารสุขภาพ ต้องจักการความเสี่ยง หากกินผักดิบ แม้อาหารเหล่านี้อาจมีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะปลอดจากเชื้อก่อโรค การล้างผัก นี่ก็ยังสำคัญ เคยเรียน แต่ทำไหมไม่รู้นะ ล้างผักให้ถูกวิธี ไม่ใช่แค่ผ่านน้ำ”

โดยงานวิจัยด้านความปลอดภัยอาหารพบว่า การล้างด้วยน้ำไหลสามารถลดสิ่งปนเปื้อนบนผิวผักได้อย่างมีนัยสำคัญ แนวทางที่แนะนำมีดังนี้
1.แยกใบผักออกจากกัน
2.ล้างใต้ก๊อกน้ำไหล
3.ถูเบา ๆ บริเวณผิว
4.เปลี่ยนน้ำหลายครั้ง
5.หลีกเลี่ยงภาชนะล้างที่น้ำสกปรกสะสม

ทั้งนี้ “สิ่งสำคัญ คือ การล้างไม่ได้ฆ่าเชื้อทั้งหมด แต่ช่วยลดปริมาณเชื้อได้มาก อันนี้ก็ฝากเตือนครับ”

ขอบคุณข้อมูลจาก : สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์