จากกรณีที่มีผู้ใช้โซเชียลโพสต์ภาพสุดช็อก หลังซื้อไข่สดมาต้มกินเอง แต่เมื่อแกะเปลือกออกมากลับพบว่าเนื้อไข่กลายเป็นสีม่วงอมแดงและมีสีละลายติดมือ จนกลายเป็นไวรัลชวนสงสัยไปทั้งโลกออนไลน์ ขณะที่หน่วยงานเกี่ยวข้องออกโรงเตือนห้ามบริโภค เพราะเกรงจะเกิดอันตรายตามที่ปรากฏเหตุการณ์ไปแล้วนั้น

หายสงสัย! เพจดังชี้ “ไข่ต้มสีม่วง” เกิดจากเชื้อแบคทีเรียแบ่งตัว เตือนลั่นห้ามกินเด็ดขาด

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ในเฟซบุ๊ก Anti-Fake News Center Thailand ได้เผยแพร่ข้อความระบุว่า อันตราย! ห้ามกินไข่สีรุ้ง Pseudomonas (ซูโดโมแนส) คือสกุลของแบคทีเรียแกรมลบ ที่สามารถพบได้ทั่วไปในธรรมชาติ ทั้งในดิน น้ำ อากาศ และบนผิวสัมผัสต่าง ๆ เป็นเชื้อแบคทีเรียที่มีความทนทานสูงและเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่ชื้น

ลักษณะสำคัญของเชื้อแบคทีเรียกลุ่มนี้ คือ สามารถผลิตสารสีได้หลายชนิด เช่น สีเขียวอมฟ้า สีเหลืองเขียวเรืองแสง หรือสีแดงเข้ม เชื้อนี้ยังโตในตู้เย็นได้ เนื่องจากบางสายพันธุ์เป็นกลุ่มที่ชอบความเย็น ทำให้เจริญเติบโตและทำให้อาหารบูดเน่าได้แม้จะแช่ไว้ในตู้เย็น จึงมักเป็นตัวการทำให้นม เนื้อสัตว์ และไข่ บูดเน่า เปลี่ยนสี และมีกลิ่นเหม็น สำหรับคนแข็งแรงทั่วไป ถ้าได้รับเชื้อนี้มักไม่เป็นอะไร แต่จะก่อโรคในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ โดยอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวบาดแผล (เช่น แผลไฟไหม้) ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หรือติดเชื้อในกระแสเลือดได้

คำแนะนำในการเลือกซื้อและบริโภค

  1. ควรเลือกซื้อไข่และอาหารสดจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
  2. เก็บรักษาอาหารในภาชนะสะอาด ปิดมิดชิด และแช่เย็นตามอุณหภูมิที่เหมาะสม
  3. แม้จะแช่เย็นแล้ว ควรบริโภคอาหารภายในระยะเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากเชื้อ Pseudomonas บางชนิดสามารถเจริญเติบโตได้ในอุณหภูมิตู้เย็น
  4. หากพบว่าไข่หรืออาหารมีลักษณะผิดปกติ ควรทิ้งทันที และไม่ควรชิมเพื่อตรวจสอบรสชาติ

หากประชาชนพบเจอไข่ไก่ที่มีลักษณะผิดปกติหรือเปลี่ยนสี ขอให้งดบริโภคทันที และแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบและควบคุมความปลอดภัย

ขอบคุณเพจ Anti-Fake News Center Thailand