สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ว่านักวิทยาศาสตร์บันทึกภาวะ “ปะการังฟอกขาว” ซึ่งกว้างขวางที่สุด นับตั้งแต่มีการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นทางการ เมื่อเกือบ 40 ปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่ร้อนจัดเมื่อปี 2567 จนก่อให้เกิดความเครียดจากความร้อนในระดับที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งออสเตรเลีย สำรวจสุขภาพของแนวปะการัง 124 แห่ง ระหว่างเดือน ส.ค. 2567-พ.ค. 2568 พบว่า แนวปะการังทางฝั่งเหนือและใต้ของเกรต แบร์ริเออร์ รีฟ มีปะการังปกคลุมในแต่ละปีลดน้อยลงมากที่สุด เนื่องจากได้รับผลกระทบจากพายุไซโคลนเขตร้อน และการระบาดของดาวมงกุฎหนาม ซึ่งเป็นปลาดาวที่กินปะการังเป็นอาหาร
Water temperatures around Australia's Great Barrier Reef were the warmest they've been in over 400 years this year, according to new research.
— Mike Hudema (@MikeHudema) August 6, 2025
Scientists say the reef is facing "catastrophic damage."
No time to waste. #ActOnClimate#climate #energy #renewables pic.twitter.com/nLPWG1TsR9
ด้านนายไมค์ เอมสลี หัวหน้าทีมวิจัยของสถาบัน ย้ำว่า สาเหตุอันดับหนึ่งคือ “การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ”
The Great Barrier Reef has suffered its biggest decline of coral cover in 40 years. The annual reef report card has found the damage is widespread, and it could've been worse. https://t.co/VZ3A1cHvFd @rachbaxter7 #7NEWS pic.twitter.com/5ihYcsAtia
— 7NEWS Queensland (@7NewsBrisbane) August 6, 2025
รายงานระบุว่า น้ำทะเลเขตร้อนที่อบอุ่นผิดปกติกระตุ้นให้เกิดการฟอกขาวอย่างกว้างขวางเมื่อปี 2567 และในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้แนวปะการังประสบกับภาวะเครียดจากความร้อน ในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
รายงานพบว่า ปะการังเขากวาง หรือปะการังอโครโพรา ที่มักจะเติบโตอย่างรวดเร็ว ได้รับความเสียหายมากที่สุด และเป็นหนึ่งในปะการังกลุ่มแรก ๆ ที่ฟอกขาว ขณะที่การฟื้นตัวของแนวปะการังอาจใช้เวลาหลายปี และขึ้นอยู่กับการสืบพันธุ์ของปะการังในอนาคต รวมถึงการรบกวนสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด.
เครดิตภาพ : AFP



