เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 68 ที่ จ.บุรีรัมย์ นายกิตติเทพ เจียรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงโม่หินเพชร จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงโม่หินหมดสัญญาทำสัมปทาน เตรียมย้ายไปที่ ต.สวายจีก อ.เมืองบุรีรัมย์ ที่ผ่านมาการเกิดกรณีพิพาท ตนก็ทำหนังสือชี้แจงไปตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 โดยแนบเอกสารที่การรถไฟแห่งประเทศไทยมารังวัดและออกโฉนดแนวเขตข้างเคียง จากนั้นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตที่ดินลำชี ส่งตัวแทนมารังวัดและออกเป็นโฉนดได้ ซึ่งตนมองว่าก่อนหน้านี้การรถไฟได้ชี้จุดที่ดินของตนว่าไม่ได้อยู่ในเขต แต่วันนี้กลับมาขีดเส้นเป็นวงกว้าง ตนก็เพิ่งจะมาทราบจากข่าวที่ออกตามหน้าสื่อมวลชน 

นายกิตติเทพ กล่าวว่า จากนี้ตนก็รอแต่เพียงว่ากรมที่ดินจะยื่นฟ้องคดีเพิกถอนกับครอบครัวอย่างไร แต่ก็พร้อมที่จะต่อสู้คดีกับการรถไฟแห่งประเทศไทย แต่จะมาเพิกถอนเราทันทีก็บอกว่าไม่ยุติธรรมเพราะยังมีโอกาสที่จะได้ชี้แจงและต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม 

นายกิตติเทพ  กล่าวว่า ตนมองว่ากรณีดังกล่าวเป็นประเด็นทางการเมือง เมื่อไม่มีการอยู่ร่วมรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยแล้วก็กลับมาเป็นเรื่อง พออยู่ร่วมรัฐบาลก็เงียบไป และทำให้มีคนเดือดร้อน อย่างนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีพื้นที่ในข้อพิพาทส่วนเดียว ไม่เดือดร้อนอยู่แล้ว แต่ประชาชนอย่างตนมีมากที่สุดกว่า 300 ไร่ แบบนี้ก็โดนเต็ม ๆ นี่ยังไม่รวมไปถึงพี่น้องประชาชนคนอื่นอีก

“ผมไม่ได้กังวลกับความคำสั่งของศาลที่ออกมา ตอนคิดไว้เสมอว่า ถ้าแพ้ก็ต้องยอมรับและที่ดินตกเป็นของชาติ แต่ก็ขอใช้สิทธิเพื่อสู้คดีตามกระบวนการว่าจะถูกต้องแค่ไหน” นายกิตติเทพ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ตั้งแต่อยู่อาศัยมาทราบหรือไม่ว่ามีประเด็นเรื่องของการรถไฟในพื้นที่ดังกล่าว นายกิตติเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้เข้า ๆ ออก ๆ มาตลอด พอมีเรื่องการเมืองเข้ามาก็ถูกโจมตี พอไม่มีเรื่องก็เงียบไป 

“เชื่อว่ากรณีนี้เป็นเรื่องของการเมือง 100% ไม่ใช่อยู่ดี ๆ วันนี้สั่งเพิกถอน พอเปลี่ยนรัฐมนตรีแล้วก็เพิกถอนอย่างกะทันหัน ถ้าไม่ใช่การเมืองแล้วจะเป็นอะไร” นายกิตติเทพ  กล่าว

นายกิตติเทพ กล่าวว่า ตนขอฝากไปยังข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ทำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริต จะพิสูจน์ได้ว่าอะไรถูกผิด ความจริงคือสิ่งไม่ตาย แต่ว่านโยบายก็ขึ้นอยู่กับอำนาจที่จะสั่งมา.