วิกฤตขยะทะเลเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อระบบนิเวศทางทะเลทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ต้องเผชิญกับปัญหานี้มาอย่างยาวนาน โดยข้อมูลจาก ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ระบุว่าในแต่ละปีมีขยะจากฝั่งหลุดลงสู่ทะเลกว่า 3-5 หมื่นตัน โดยข้อมูล ณ ปี 2567 ชี้ว่าร้อยละ 88 ของขยะทะเลทั้งหมดคือพลาสติก ซึ่งสร้างผลกระทบโดยตรงต่อสัตว์ทะเลจำนวนมากที่หลงกินพลาสติกจนระบบทางเดินอาหารเสียหาย บ้างก็ติดอวนและเชือกจนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต รวมถึงส่งผลกระทบต่อปะการังที่ถูกปกคลุมด้วยเศษอวนจนหยุดการเจริญเติบโต

ด้วยความห่วงใยในปัญหาวิกฤตดังกล่าว ‘สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา’ จึงทรงมีพระดำริว่าขยะไม่ควรจบลงเพียงแค่การเก็บกวาด แต่ควรถูกนำมาสร้างคุณค่าใหม่ผ่านกระบวนการ อัพไซคลิ่ง (Upcycling) เพื่อเพิ่มมูลค่าและประโยชน์ใช้สอย พร้อมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนและช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเลไทย ภายใต้แนวคิดนี้ มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย จึงได้จัดทำโครงการ ‘Upcycling for Life’ ขึ้นเพื่อรวบรวมขยะจากท้องทะเล เช่น แห อวน และขวดพลาสติก แล้วนำมาคัดแยก ฆ่าเชื้อ และรีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกคุณภาพสูง เพื่อนำไปผลิตเป็น ‘หม้อนอน’ อุปกรณ์สาธารณสุขสำหรับแจกจ่ายแก่โรงพยาบาลและเครือข่ายสาธารณสุขทั่วประเทศ

‘รองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันซื่อ’ ประธานฝ่ายวิชาการและส่งเสริมของมูลนิธิฯ กล่าวว่า โครงการ Upcycling for Life เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2567 โดยต่อยอดจากแนวคิดที่ต้องการนำขยะจากทะเลมาผลิตเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ เนื่องจากเครื่องมือหลายชนิดทำจากพลาสติกอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากการหารือของคณะกรรมการและอนุกรรมการก็ได้ข้อสรุปในการผลิตหม้อนอน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ และผู้สูงอายุ โดยหม้อนอนนี้ได้รับการออกแบบและทดสอบใช้งานกับผู้ป่วยที่โรงพยาบาลกลางโดย .สิงห์ อินทรชูโต จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการผลิตจริง

หม้อนอนที่ผลิตจากโครงการดังกล่าวได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้เหมาะกับสรีระของผู้สูงอายุและผู้ป่วย มีน้ำหนักเบา ช่วยลดแรงกดทับ ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม และผลิตจากพลาสติกคุณภาพสูงที่ได้จากขยะทะเลเพียง 400 กรัมต่อชิ้น แต่สามารถรองรับน้ำหนักผู้ใช้ได้ถึง 130 กิโลกรัม มีความจุ 2 ลิตร พร้อมฝาปิดเพื่อป้องกันการติดเชื้อและมือจับเพื่อความสะดวก ดร.นันทริกา กล่าวว่า การผลิตหม้อนอน 1 ชิ้น สามารถใช้ขยะได้ประมาณ 0.4 กิโลกรัม และสามารถตอบสนองทั้งความสะดวกของพยาบาลและผู้ป่วยได้อย่างดีเยี่ยม

ในปี 2568 มูลนิธิฯ ตั้งเป้าผลิตหม้อนอนจำนวน 3,000 ชิ้น โดยในล็อตแรก 1,000 ชิ้น จะถูกส่งมอบให้กับโรงพยาบาลและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านใน 5 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ลำปาง ลำพูน นครราชสีมา และพัทยา จังหวัดชลบุรี และในวันที่ 14 สิงหาคม 2568 มูลนิธิฯ มีกำหนดจัดประชุมใหญ่ที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จะเสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีและพระราชทานหม้อนอนแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ได้เปิดรับการบริจาคเพื่อสมทบทุนการผลิต โดยหม้อนอน 1 ชิ้นมีค่าขึ้นแบบราว 200 บาท เพื่อร่วมช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและผู้พิการ

โครงการ Upcycling for Life จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมตามแนวคิดที่ ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทั้งผู้คน สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล และธรรมชาติ ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของความยั่งยืนในอนาคต