เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2569 เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อพายุหมุนงวงช้าง ก่อตัวและเคลื่อนที่มาจากทางฝั่งเกาะช้าง ข้ามทะเลช่องช้าง เข้าฝั่งอำเภอแหลมงอบ จ.ตราด พัดถล่มพื้นที่อย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดความเสียหายหนักหลายพืันที่ ทั้งบ้านเรือนประชาชน โรงเรียนชุมชนแหลมงอบ สถานีตำรวจ สภ.แหลมงอบ แต่โชคดีที่ไร้ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

น.ส.นวรัตน์ บุญดีนิธิสิงข์ ครูประจำชั้น ป.4 โรงเรียนชุมชนแหลมงอบ กล่าวว่า พายุเกิดขึ้นในช่วงพักกลางวัน ขณะที่นักเรียนกำลังเข้าแถวเพื่อเตรียมตัวกลับเข้าห้องเรียน สังเกตเห็นพายุงวงช้างกำลังเคลื่อนตัวเข้ามา จึงรีบสั่งให้นักเรียนทุกคนเข้าไปหลบภัยอยู่ภายในห้องเรียนอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งให้เด็ก ๆ สับคัตเอาต์ลงเพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่วในกรณีที่มีน้ำฝนรั่วซึม หลังจากนักเรียนเข้าห้องไปได้เพียง 10 นาที พายุได้พัดถล่มอย่างรุนแรงแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเป็นเวลานานถึง 20 นาที ความแรงของลมพายุทำให้กระถางกระเบื้องที่มีน้ำหนักมากถูกพัดจนล้มพังเสียหายทั้งหมด แต่เดชะบุญที่ไม่มีนักเรียนคนใดได้รับอันตรายเนื่องจากครูสามารถต้อนเด็กเข้าที่ปลอดภัยได้ทันเวลา

ในขณะเดียวกัน นายธวัฒน์ แน่นหนา อายุ 56 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งอาศัยอยู่ที่นี่มาเกือบ 20 ปี และไม่เคยพบเจอเหตุการณ์พายุรุนแรงเช่นนี้มาก่อน ได้เล่าถึงวินาทีระทึกว่า ได้ยินเสียงพายุดังสนั่นพัดเข้ามาอย่างรวดเร็ว ความรุนแรงของพายุได้หอบเอาหลังคาเมทัลชีทที่มีน้ำหนักนับตันปลิวเปิดออกและลอยข้ามเสาไฟฟ้าแรงสูงไปตกยังพื้นที่ฝั่งตรงข้าม ชาวบ้านรายดังกล่าวต้องรีบทิ้งข้าวของหน้าร้านและวิ่งหนีหาที่หลบภัยอย่างรวดเร็ว นับเป็นความโชคดีอย่างยิ่งที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ เนื่องจากปกติตรงบริเวณโรงที่หลังคาพังถล่มลงมานั้นมักจะมีคนนอนพักผ่อนอยู่เป็นประจำ

ต่อมา สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดตราด เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความเสียหายในเบื้องต้น พบว่า บ้านเรือนเสียหาย 16 หลัง โรงเรียนชุมชนแหลมงอบ สภ.แหลมงอบ ตม.แหลมงอบ ไม่มีใครบาดเจ็บ