เมื่อวันที่ 9 ส.ค. จากกรณีมีข่าวทางโลกออนไลน์ โดยนักวิชาการศาสนาชื่อดังเผยว่า วัดพระบาทน้ำพุ ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี มีแนวทางการรับผู้ป่วย HIV แตกต่างจากเดิมเมื่อ 10-20 ปีที่ผ่านมา ลักษณะต้องมีค่าใช้จ่าย โดยยกเคสว่ามีญาติผู้ป่วย HIV ที่เป็น LGBTQ+ ติดต่อไปที่มูลนิธิ HIV เพื่อขอนำตัวผู้ป่วยไปรักษาตัวที่วัดพระบาทน้ำพุ เนื่องจากญาติมีงานประจำทำไม่สามารถดูแลได้ และเมื่อมีการประสาน พร้อมเสนอเงินในการรับแรกเข้าเป็นผู้ป่วย 2.5 หมื่นบาท ให้แก่ทางวัดพระบาทน้ำพุเอง โดยที่ทางวัดไม่ได้เรียกร้อง ปรากฏว่าทางวัดตอบมาวัดไม่รับ ไม่สะดวก และไร้คำอธิบายสาเหตุ ทำให้ทุกคนต่างสงสัยว่า ที่ผ่านมาทุกคนต่างร่วมกันทำบุญและบริจาคเงินเพื่อช่วยผู้ป่วยในวัดดังกล่าว มันคืออะไร ทำให้เป็นที่สนใจบนโลกออนไลน์เป็นอย่างมากนั้น
ล่าสุดวันนี้ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาว ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดพระบาทน้ำพุ ปรากฏว่าบรรยากาศเงียบเหงา ไม่ค่อยมีประชาชนไปร่วมทำบุญบริจาคสิ่งของต่างๆ เหมือนก่อนที่จะเป็นข่าวดัง โดยเฉพาะจุดรับสิ่งของบริจาคมีเพียงเจ้าหน้าที่และจิตอาสาของวัดที่กำลังจัดแยกสิ่งของ เช่น ข้าวสาร บะหมี่สำเร็จรูป ไข่ไก่ นมกล่อง ที่ได้รับบริจาคมาจากผู้ที่ร่วมทำบุญจากต่างจังหวัด
ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนายสมพร โสมะเค็ง ไวยาวัจกรวัดพระบาทน้ำพุ ถึงกรณีจะเข้ามาเป็นผู้ป่วยเข้ารับการรักษาจะต้องเสียค่าใช้จ่ายนั้น นายสมพร เผยว่า ไม่มีครับ หรือแม้กระทั่งย้อนหลังไปกระทั่งเมื่อปี 2552 ที่ตนเองเข้ามาทำหน้าที่ไวยาวัจกร การันตีได้เลยว่าไม่มีเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนเรื่องความเป็นอยู่ของผู้ป่วยนั้น เราดูแลตามระบบ ซึ่งอยากให้สื่อมวลชนไปสุ่มถามผู้ป่วย รวมทั้งผู้ป่วย LGBTQ+ ว่าเป็นอย่างไร

ส่วนสาเหตุที่จะไม่รับผู้ป่วย HIV มารักษานั้น คือหากเตียงผู้ป่วยเต็ม เราจะให้รอก่อน ระเบียบการรับก็ต้องมีเอกสารของผู้ป่วย เช่น ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ประวัติการรักษา หากไม่มีขอให้แพทย์บันทึกอาการมาให้ เพื่อจะได้ทราบอาการเบื้องต้น หากเป็นผู้ติดเชื้อที่แข็งแรง ต้องมีเงื่อนไขว่าไม่เป็นผู้มีจิตฟั่นเฟือน เพราะเราเคยมีกรณีอย่างนี้ คนไข้ใช้อาวุธไล่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ ซึ่งเราไม่มีพยาบาลดูแลให้ปลอดภัย เราจึงไม่รับไว้ รวมทั้งผู้ที่ติดยาเสพติดด้วย
กรณีผู้ที่มาทำบุญ รายได้จะเข้าบัญชีของวัดตามโครงการต่างๆ ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ สาธารณูปโภค ดูแลคนไข้ ซึ่งตอนนี้มี 5 โครงการ ค่าใช้จ่ายเดือนละประมาณ 3-4 ล้านบาท
ส่วนที่ในโซเชียลมีการโพสต์ว่า เวลามีผู้นำสิ่งของมาถวายหรือบริจาค หลวงพ่อจะแสดงสีหน้าไม่พอใจ ไม่เหมือนกับนำเงินมาถวายนั้น ไวยาวัจกร กล่าวว่า ต้องขอโทษต่อท่านเหล่านั้นด้วย ในส่วนตัวหลวงพ่อคงไม่มีอาการอย่างนั้น เพราะทุกอย่างหลวงพ่อมองว่าเป็นบุญคุณ แม้การเอาหญ้ามาให้วัวเพียงเส้นเดียวท่านก็ให้ความสำคัญ ในส่วนของบุคลากรไม่ทราบว่าปัญหามันเกิดตรงไหน หากท่านนั้นมาสื่อสารกับตนเองโดยตรงได้ ก็อยากให้มาคุยกัน เพราะเจ้าหน้าที่เรามี 2 ส่วน เจ้าหน้าที่ประจำ อาสาสมัครที่เข้าในระบบมา อีกส่วนจะเป็นผู้ป่วยที่รักษาตัวจนแข็งแรงไม่สามารถกลับไปอยู่ในสังคมได้ หลวงพ่อก็มีกิจกรรมให้มาช่วย เพราะหากปล่อยไปเลยก็จะเป็นภาระ

ด้าน พระครูนวกรรมาธิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดน้ำจั้น ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี เผยว่า ในฐานะที่อาตมาปฏิบัติหน้าที่คอยต้อนรับผู้ที่มาบริจาคสิ่งของทั้งเครื่องอุปโภค บริโภค และสนองงานหลวงพ่ออลงกต มาตั้งแต่ 2547 ซึ่งปกติวันเสาร์-อาทิตย์ คนก็จะมาบริจาคเยอะ แต่เมื่อมีข่าวก็เงียบเหงาหน่อย ซึ่งก็เชื่อว่าคงจะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม หลวงพ่อก็ยังช่วยเหลือผู้ป่วยเหมือนเดิม เป็นระยะเวลา 32 ปี เรื่องทั้งหมดก็เป็นไปตามด้านกฎหมาย และสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่มีใครผิดไม่มีใครถูก ต่างคนต่างทำงานอาจมีผิดพลาดบ้าง ยอมรับว่าช่วงนี้เงียบมาก แต่เชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไป จึงไม่อยากญาติให้โยมกังวลในเรื่องนี้ เพราะหลวงพ่อท่านก็มีเมตตาอยู่แล้ว ไม่คิดจะให้ร้ายและทำร้ายใคร ตามหลักเมตตาธรรมค้ำจุนโลก เพราะอาตมาอยู่กับหลวงพ่อมานานจึงรู้ดี
ขณะที่ผู้ที่เดินทางมาทำบุญบริจาคสิ่งของรายหนึ่งเผยว่า ส่วนตัวทำบุญด้วยใจบริสุทธิ์ ทราบข่าวเหมือนกันเรื่องที่เกิดขึ้น ก็ปล่อยเป็นเรื่องของกฎหมาย ตนเองเดินสายกลาง ไม่ค่อยศรัทธาต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แค่มาทำบุญที่นี่เป็นครั้งที่ 2 เท่านั้น.



