สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ว่า สำนักงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติ (เอ็นเอชทีเอสเอ) ได้เปิดการสอบสวนอุบัติเหตุพิเศษเกือบ 50 ครั้ง นับตั้งแต่ปี 2559 เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับรถเทสลา ซึ่งสงสัยว่ามีการใช้ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง เช่น ระบบออโต้ไพลอต โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตประมาณ 24 ราย
เมื่อเดือน มี.ค. หน่วยงานยังได้ยกระดับการสอบสวนรถยนต์เทสลา 3.2 ล้านคัน ที่มีระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Full Self-Driving) เนื่องจากมีความกังวลว่า ระบบอาจไม่สามารถตรวจจับ หรือเตือนผู้ขับขี่ในสภาพทัศนวิสัยไม่ดี
US opens probe of fatal Tesla crash into Texas home https://t.co/oZca8AsGyQ
— Nikkei Asia (@NikkeiAsia) June 23, 2026
ในกรณีล่าสุด คนขับได้ควบคุมรถด้วยตนเอง โดยเหยียบคันเร่งจนสุด 100% ในบริเวณที่อยู่อาศัย โดยทำความเร็วได้ถึง 73 ไมล์ต่อชั่วโมง (ราว 117 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ในระหว่างเกิดอุบัติเหตุ และยังคงเหยียบคันเร่งค้างไว้ แม้เกิดอุบัติเหตุแล้ว
สำนักงานนายอำเภอแฮร์ริสเคาน์ตีระบุว่า คนขับรายงานว่าในขณะเกิดอุบัติเหตุ เขาขับรถโดยเปิดใช้งานระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติ
A 76-year-old grandmother was killed after a Tesla car crashed through the front of her home in Katy, Texas on Friday.
— CBS News (@CBSNews) June 21, 2026
The 44-year-old driver of the Tesla Model 3 was transported to a local hospital after the incident. The driver told investigators that an automated driving… pic.twitter.com/Lty7SwcPXi
แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า รถเทสลา โมเดล 3 พุ่งเข้าไปในบ้านอิฐด้วยความเร็วสูง และและชนกับนางเอ็ม. อาวิลา อายุ 76 ปี ซึ่งอยู่ภายในบ้านจนเสียชีวิต
Yes, this makes no sense. FSD drives slowly through neighborhood streets and this was a high speed crash!
— Elon Musk (@elonmusk) June 22, 2026
ขณะที่นายอีลอน มัสก์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเทสลา ได้ตั้งคำถามต่อรายงานของสื่อ โดยย้ำว่า ระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบของเทสลา “ขับช้า ๆ” ผ่านถนนในย่านที่อยู่อาศัย.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



