สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ว่า สำนักงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติ (เอ็นเอชทีเอสเอ) ได้เปิดการสอบสวนอุบัติเหตุพิเศษเกือบ 50 ครั้ง นับตั้งแต่ปี 2559 เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับรถเทสลา ซึ่งสงสัยว่ามีการใช้ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง เช่น ระบบออโต้ไพลอต โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตประมาณ 24 ราย

เมื่อเดือน มี.ค. หน่วยงานยังได้ยกระดับการสอบสวนรถยนต์เทสลา 3.2 ล้านคัน ที่มีระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Full Self-Driving) เนื่องจากมีความกังวลว่า ระบบอาจไม่สามารถตรวจจับ หรือเตือนผู้ขับขี่ในสภาพทัศนวิสัยไม่ดี

ในกรณีล่าสุด คนขับได้ควบคุมรถด้วยตนเอง โดยเหยียบคันเร่งจนสุด 100% ในบริเวณที่อยู่อาศัย โดยทำความเร็วได้ถึง 73 ไมล์ต่อชั่วโมง (ราว 117 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ในระหว่างเกิดอุบัติเหตุ และยังคงเหยียบคันเร่งค้างไว้ แม้เกิดอุบัติเหตุแล้ว

สำนักงานนายอำเภอแฮร์ริสเคาน์ตีระบุว่า คนขับรายงานว่าในขณะเกิดอุบัติเหตุ เขาขับรถโดยเปิดใช้งานระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติ

แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า รถเทสลา โมเดล 3 พุ่งเข้าไปในบ้านอิฐด้วยความเร็วสูง และและชนกับนางเอ็ม. อาวิลา อายุ 76 ปี ซึ่งอยู่ภายในบ้านจนเสียชีวิต

ขณะที่นายอีลอน มัสก์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเทสลา ได้ตั้งคำถามต่อรายงานของสื่อ โดยย้ำว่า ระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบของเทสลา “ขับช้า ๆ” ผ่านถนนในย่านที่อยู่อาศัย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS