ระเบียบโลกใหม่ในศตวรรษที่ 21 ต่างจากเดิมอย่างไร
ด้านสิ่งแวดล้อม คาดว่าภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภาวะโลกเดือด จะทำลายความสมดุลของระบบนิเวศ คร่าชีวิตผู้คน และสิ่งมีชีวิตบนโลก ทำลายล้างจนกว่าจำนวนประชากรจะสมดุลกับทรัพยากรที่เหลืออยู่
ด้านสังคม จะเกิดช่องว่างระหว่างคนรวย และคนจนจนอยู่ไม่สุข ความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติ สัญชาติ สีผิว ศาสนา และเพศสภาพ ถ้าไม่จัดการเรื่องความหลากหลาย และช่องว่างรายได้ จะเกิดการแตกแยก ทวีความรุนแรงฆ่าฟันกันทั่วโลก
ด้านเศรษฐกิจ จะเกิดการต่อสู้กันระหว่างกลุ่มผู้นำเศรษฐกิจเดิมหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กับกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ในยุค AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จะเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบครั้งใหญ่ คู่แข่งเดิมจะเปลี่ยนเป็นคู่ค้า พันธมิตรเดิมอาจจะกลายเป็นศัตรู จะมีศึกแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติที่มีจำกัด ตลาดโลกจะปั่นป่วน และเศรษฐกิจสีเขียวจะมาแรง
สุดท้ายความไม่สมดุลของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งคุกรุ่นทั่วโลก เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ซึ่งอาจจะคร่าชีวิตผู้คนครึ่งหนึ่งของโลก

ทำไมโลกจึงต้องจัดระเบียบกันใหม่
คำตอบคือเราต้องออกแบบ “โลกที่สมดุล พอดี สำหรับประชากร 1 หมื่นล้านคน”
ในปี 1900 ตอนเริ่มต้นศตวรรษที่ 20 ประชากรโลกมีเพียง 1,600 ล้านคน มีทรัพยากรเหลือเฟือ พอกลางศตวรรษที่ 20 ประชากรโลกเพิ่มเป็น 2,500 ล้านคน ทรัพยากรก็ยังคงมีเพียงพอ จนมาปลายศตวรรษที่ 20 ประชากรโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึง 6,200 ล้านคน ณ จุดนี้ทรัพยากรไม่เพียงพอสำหรับทุกคนแล้ว ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา เราจึงเจอวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่หลายครั้ง วิกฤติโลกเดือดภัยธรรมชาติทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และที่อันตรายกว่านั้นคือความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก เดือดขึ้นตามภูมิรัฐศาสตร์ที่เปราะบาง และตามคำสั่งของมหาอำนาจ จนปัจจุบันมีประชากรโลก 8,300 ล้านคน ซึ่งโลกใบนี้รับไม่ไหวอีกต่อไป
กลิ่นอายของสงครามโลกที่ร้ายแรงที่สุด ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ กองทัพ AI เหมือนในหนังฮอลลีวูด “วันสิ้นโลก” กำลังคุกรุ่น ใกล้จะเกิดขึ้นจริงได้ทุกเมื่อ
โลกที่พอดี พอเพียงสำหรับคน 1 หมื่นล้านคนหน้าตาเป็นอย่างไร
โลกใบใหม่ของเรามีภาพเหมือน “ฉากทัศน์” เมื่อเราบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG ทั้ง 17 ข้อ ถ้าคน 1 หมื่นล้านคน จะอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล และสันติสุข เราจะต้องปรับตัวเอง เปลี่ยนแปลงการบริโภคนิยมให้น้อยลง กินอยู่อย่างประหยัด พอดี พอเพียง ใช้สิ่งของหมุนเวียน ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ๆ ที่มีอยู่จำกัด และที่สำคัญ ทุกคนจะปล่อยคาร์บอนเกิน 2 ตันต่อปีไม่ได้โดยเด็ดขาด องค์กรต่าง ๆ และอุตสาหกรรมต้องเป็น Net Zero โดยไว และ Clean Energy จะต้องเป็นข้อตกลงใหม่ระดับโลก ผู้คนทั่วโลกต้องยอมรับความแตกต่าง ส่งเสริมความหลากหลายเท่าเทียม เร่งสร้างสถาบันต่างๆ ให้เข้มแข็ง มีธรรมาภิบาล มีมิตรภาพ และความสามัคคี ก่อนความขัดแย้งจะพาเราสู่สมรภูมิสงคราม
ขณะที่เรายังถกเถียงกันว่าจะ “ลดประชากรโลก หรือ จำกัดการบริโภค” เราต้องเร่งเครื่อง SDG 16 สังคมที่มีสันติภาพ เป็นธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง ในขณะเดียวกันต้องจับตาดู “มือที่มองไม่เห็น” ซึ่งมีอิทธิพลในการกำหนด “ระเบียบโลกใหม่” ตัวจริง ลองถามผู้ที่ร่วมประชุม World Economic Forum ในยุคแรกๆ ดู แล้วลองค้นหาข้อมูลในช่วงนั้น เราจะพบบทความ บทสัมภาษณ์เรื่อง “ทฤษฎีสมคบคิดของการจัดระเบียบโลกใหม่” ที่ทยอยเกิดขึ้นจริง
สำหรับคนไทยเรามีศาสตร์พระราชาอยู่แล้ว ต้องรีบนำมาปฏิบัติให้พ้นภัย นั่นคือ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”.



