องค์ เจ้าหญิงนักกฎหมาย ประกายเด่น    ทรงมองเห็น ความเหลื่อมล้ำนำประสงค์

มุ่งปฏิรูปยุติธรรมให้ดำรง                         ชูสิทธิ์หญิงให้ยืนยงทรงเมตตา

       ข้อกำหนดกรุงเทพ ระบือโลก       ช่วยชะล้างรอยโศกผู้ต้องหา

พระราชทานกำลังใจให้กลับมา                 คืนศักดิ์ศรีกัลยาให้ทำดี

       ภัยพิบัติหลากมาถาโถมซัด                ทรงเคียงข้างบำบัดทุกเขตคาม

เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)” ฝ่ากระแสทุกโมงยาม       คอยติดตามต้านภัยให้ชุมชน

       มิใช่เพียงแจกสิ่งของยามต้องทุกข์        แต่ทรงสร้างความสุขทุกแห่งหน

วางรากฐาน ความยั่งยืน แก่ชุมชน           ให้พึ่งตนพอเพียงก้าวผ่านภัย

       ขอเสด็จดวงสวรรค์สู่ชั้นฟ้า                องค์พัชรกิติยาภาผู้ทรงศรี

สถิตในดวงหทัยไทยทวี                          ตราบนานปีพระเกียรติคุณมิลืมเลือน

ในความทรงจำพระกรุณาธิคุณที่ไม่เคยจางหายไป

บางความทรงจำ ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด สายลมแห่งความเปลี่ยน แปลงจะพัดผ่านไปนานแค่ไหน ภาพจำนั้นกลับยิ่งแจ่มชัด และอบอวลอยู่ในหัวใจ สำหรับปวงชนชาวไทย ภาพจำของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ หรือ พระองค์ภา คือหนึ่งในความทรงจำที่แสนงดงาม ชวนให้คิดถึงพระกรณียกิจต่าง ๆ ในฐานะเจ้าหญิงนักกฎหมายผู้พิทักษ์สิทธิสตรี วางรากฐานความเท่าเทียม และเป็นที่พึ่งของผู้คนที่เดือดร้อนจากภัยพิบัตินานาชนิด

หากหลับตาลง แล้วปล่อยความคิดคำนึงให้ล่องลอยย้อนเวลากลับไป สิ่งที่สัมผัสได้ ไม่ใช่ภาพของ เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ ที่อยู่ไกลเกินเอื้อม แต่เป็นภาพของ เจ้านายรุ่นใหม่ผู้ทรงงาน ด้วยรอยแย้มพระสรวลอันอบอุ่น แววพระเนตรที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น โอบอ้อมอารี ที่ดูเรียบง่ายเข้าถึงหัวใจของประชาชน

ภาพจำที่ฝังลึกในใจของชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกล คือภาพของเจ้าหญิงที่ทรงฉลองพระองค์เสื้อยืดกางเกงยีน ลุยน้ำท่วมอย่างไม่ทรงเหน็ดเหนื่อยในนามของ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากพระองค์ไม่ได้เพียงแค่พระราชทานสิ่งของแล้วรีบผ่านไป แต่ประทับนั่งเคียงข้างพูดคุย รับฟังความทุกข์ร้อนของประชาชนด้วยความใส่พระทัยอย่างแท้จริง

ในวินาทีที่ผู้ประสบภัยรู้สึกโดดเดี่ยวสิ้นหวัง รอยแย้มพระสรวลและพระหัตถ์ที่ยื่นมานั้น เป็นดั่งโอสถชโลมใจที่บอกว่า ประชาชนมิได้อยู่เพียงลำพัง น้ำพระทัยที่หลั่งไหลมาพร้อมกับข้าวกล่องอุ่น ๆ จากโรงครัวเคลื่อนที่ในวันนั้น สร้างความอบอุ่นอิ่มเอมที่ตราตรึงอยู่ในหัวใจของประชาชนจนถึงวันนี้

อีกหนึ่งภาพจำที่สะท้อนถึงพระเมตตาอันลึกซึ้ง คือการเสด็จลงพื้นที่ทัณฑสถานหญิงใน โครงการกำลังใจ เรายังจำแววพระเนตรที่ทรงมองผู้ต้องขังหญิง และเด็กน้อยที่ติดมากับมารดาได้อย่างดี มิใช่แววตาของ ผู้ตัดสิน แต่เป็นแววตาของ ผู้ให้โอกาสทรงเชื่อมั่นในเกียรติ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน ทรงมีสัมผัสที่อบอุ่น พระราชทานกำลังใจที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง  ซึ่งได้ชุบชีวิตที่เคยมืดมนของผู้ต้องโทษให้กลับมามีความหวังมีที่ยืนอีกครั้ง การได้เห็นอดีตผู้ก้าวพลาดกลับมามีรอยยิ้มและพึ่งพาตนเองได้ คือดอกผลแห่งน้ำพระทัยที่งดงามที่สุดที่พระองค์ทรงปลูกไว้บนแผ่นดินนี้

รวมถึงการที่ทรงเป็นหัวเรือใหญ่ในการผลักดัน ข้อกำหนดกรุงเทพ” (The Bangkok Rules) จนได้รับการรับรองจากสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในปี 2553 เพื่อลดความเหลื่อมล้ำจาก เพศสภาวะ” (Gender-sensitiveApproach) คุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ต้องขังหญิง สตรีตั้งครรภ์ และเด็กที่ติดมากับมารดา ให้เข้าถึงสุขอนามัย ความปลอดภัย และการแพทย์เฉพาะทาง

จากข้อกำหนดที่เริ่มต้นจากความห่วงใยในประเทศไทย กลายเป็นมาตรฐานสากลฉบับแรกของโลก ที่องค์กรนานาชาตินำไปเป็นหลักปฏิบัติ ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ SDG 16 “สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง” ในแง่การสร้างสถาบันที่ยุติธรรมและครอบคลุมสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

แม้ในวันนี้เราจะไม่ได้เห็นพระองค์ทรงงานหนักในสนามปฏิรูปกฎหมาย ไม่ได้เห็นพระองค์ลุยน้ำท่วมเพื่อช่วยเหลือประชาชน และไม่ได้เห็นรอยแย้มพระสรวลที่คุ้นตาผ่านหน้าจอโทรทัศน์อีกแล้ว แต่ภาพจำที่ยังคงอยู่ในหัวใจคือ พระองค์ไม่ได้จากพวกเราไปไหนเลยพระองค์ยังคงสถิตอยู่ในทุก ๆ ก้อนอิฐของกระบวนการยุติธรรมที่โอบรับผู้เปราะบาง ยังคงอยู่ในสายลมเตือนภัยของระบบโทรมาตรในป่าต้นน้ำ และที่สำคัญที่สุด… พระองค์สถิตอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยและอบอุ่นที่สุด นั่นคือ ในความทรงจำและหัวใจของคนไทยทุกคน

ขอขอบคุณทุก ๆ ความทรงจำอันแสนดี ที่พระองค์ทรงมอบไว้ให้พวกเราได้คิดถึงตลอดไป.