แม้ว่าเวียดนามจะเข้าร่วมการวัดระดับเป็นปีแรก แต่ สามารถกระโดดขึ้นมาอยู่อันดับที่ 27 จากทั้งหมด 70 เขตเศรษฐกิจ หายใจรดต้นคอประเทศไทยที่อยู่ในอันดับ 26 เพียงอันดับเดียวเท่านั้น

เมื่อลองพลิกดูตัวชี้วัดสำคัญ ภายใต้เกณฑ์การประเมินอันเข้มงวดของ IMD จะพบแรงส่ง และสัญญาณเตือนที่น่าสนใจระหว่างไทยกับเวียดนาม ดังนี้ อันดับภาพรวม ไทย 26 เวียดนาม 27 สมรรถนะเศรษฐกิจ ไทย 10 เวียดนาม 19 ไทยยังเหนือกว่าด้วยความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน และการลงทุนระหว่างประเทศ การค้าระหว่างประเทศ ไทย 9 เวียดนาม 6 เวียดนามแซงหน้า ด้วยเครือข่ายข้อตกลงการค้าเสรี 17 ฉบับ และมูลค่าการค้าที่พุ่งเกือบ 200% ของ GDP ประสิทธิภาพภาคธุรกิจ ไทย 21 เวียดนาม 19 เวียดนามนำด้วยความยืดหยุ่นและการปรับตัวที่รวดเร็วของกลุ่มธุรกิจ SME ประสิทธิภาพภาครัฐ ไทย 32 เวียดนาม 30 แซงหน้าไทยไปแล้ว
เวียดนามกำลังผ่าตัดใหญ่ ทุบและรื้อทิ้งโครงสร้างบริหารภาครัฐครั้งใหญ่ ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์ โดย “ควบรวมจังหวัดและยุบหน่วยงานปกครอง” จาก 63 จังหวัด ให้เหลือเพียง 34 จังหวัด ที่เด็ดขาดที่สุดคือการ “ยุบตำแหน่งการปกครองระดับอำเภอ” ทิ้งทั้งหมด ลดขั้นตอนการอนุมัติเอกสารและงบประมาณ “ตัดลดจำนวนข้าราชการ” ที่ทำงานซ้ำซ้อนลงราว 250,000 ตำแหน่ง พร้อมทุ่มงบประมาณกว่า 128 ล้านล้านดอง เพื่อเป็นเงินชดเชย “รีไซเคิลงบประมาณ” นำเงินงบประมาณที่ประหยัดได้จากการลดขนาด มาเพิ่มเงินเดือนตามความสามารถของข้าราชการสมรรถนะสูง ลดคอร์รัปชัน ดึงดูดคนเก่ง ๆ จากภาคเอกชนเข้ามาโดยไม่ต้องโกงข้อสอบ และเพิ่มงบโครงการพัฒนาประเทศ

บังคับให้ “ระบบราชการเชื่อมต่อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์” โดยตั้งเป้าตัดลดขั้นตอนซ้ำซ้อนให้ได้มากกว่า 80% เพื่อความโปร่งใส ลดการเผชิญหน้าและลดโอกาสการเรียกรับสินบน
ทั้งหมดนี้ใช้โมเดลต้นแบบของ จีน “เด็ดขาด กระชับอำนาจ ล้างบางทุจริต” สิงคโปร์ “รัฐขนาดเล็ก สมรรถนะสูง เน้นผลงาน” กลุ่มนอร์ดิก “บริหารแนวราบ เทคโนโลยีสูง รวดเร็ว ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”
เวียดนามกำลังกล้าที่จะทำในสิ่งที่ไทยควรทำ แต่ไม่กล้าทำ ปีหน้าถ้าข้าราชการไทยยังเช้าชามเย็นชาม และโกงกันสนั่นแบบนี้ นอกจากจะหมดสิทธิเข้า OECD แล้ว ยังจะถูกประเทศเข้าใหม่ของ IMD แซงไปอย่างไม่ติดฝุ่น.



