รายงานข่าวจากกูเกิล เปิดเผยว่า Google.org ซึ่งเป็นหน่วยงานเพื่อการกุศลของ กูเกิล ได้ประกาศมอบทุนสนับสนุนจำนวน 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 113 ล้านบาท ให้แก่มูลนิธิ Edufarmers International Foundation (Edufarmers) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อนำเสนอโซลูชันทางการเกษตรที่ทำงานด้วยระบบ เอไอ ให้แก่เกษตรกรรายย่อยจำนวน 200,000 รายในประเทศไทยและเวียดนาม โดย Edufarmers เป็นหน่วยงานแรกที่ได้รับทุนสนับสนุนภายใต้โครงการ เอเปก เอไอ ฟอร์ โซไซตี้ มูลค่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐของ Google.org
“ด้วยทุนสนับสนุน ทาง Edufarmers จะร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศไทยและเวียดนามในการพัฒนาแชทบอทด้านการเกษตรที่ทำงานด้วยระบบ เอไอ ที่ตอบโจทย์ของแต่ละพื้นที่ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อช่วยเกษตรกรวินิจฉัยโรคพืชผ่านการวิเคราะห์ภาพ พร้อมทั้งให้คำแนะนำด้านการเกษตรที่เหมาะสม และส่งเสริมให้เกษตรกรนำแนวปฏิบัติทางการเกษตรที่ยั่งยืนมาใช้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังจะจัดการฝึกอบรมให้กับเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรจำนวน 30,000 คน เกี่ยวกับแนวปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในระยะยาว ทั้งในด้านผลผลิต ความมั่นคงทางอาหาร และการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร”
Sapna Chadha รองประธานของ กูเกิล ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ กล่าวว่า ศักยภาพของ เอไอ ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในภาคการเกษตร ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของอาเซียน ด้วยทุนสนับสนุนนี้ เจะนำศักยภาพนั้นมาสู่เกษตรกรรายย่อยในประเทศไทยและเวียดนาม การผสมผสาน เอไอ เข้ากับความเชี่ยวชาญในท้องถิ่น ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างระบบอาหารให้มีความมั่นคงและสนับสนุนการทำการเกษตรแบบยั่งยืนอีกด้วย ซึ่งเป็นการปลดล็อกโอกาสใหม่ๆ ให้กับเกษตรกรในชุมชนต่างๆ เพื่อช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น
Amri Ilmma, COO, Edufarmers กล่าวว่า Edufarmers รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เป็นองค์กรแรกที่ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการ APAC AI for Society ของ Google.org การนำ AI มาใช้ในภาคการเกษตรจะช่วยยกระดับการทำเกษตรและคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงทางอาหาร แต่บ่อยครั้งที่พวกเขาต้องเผชิญกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเพียงลำพัง ด้วยเครื่องมือ AI ด้านการเกษตรของเรา เราจะลดช่องว่างนั้นด้วยการทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านเกษตรที่เป็นประโยชน์และนำไปใช้ได้จริง เราจะนำสิ่งที่เราได้เรียนรู้ในอินโดนีเซียมาต่อยอดเพื่อสนับสนุนเกษตรกรในประเทศไทยและเวียดนาม โดยยึดตามหลักความเป็นจริงของแต่ละพื้นที่



