จากกรณีที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเตือนประชาชนให้ระวังมิจฉาชีพ ได้อาศัยสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังคงตึงเครียด และความห่วงใยของประชาชนที่อยากช่วยเหลือทหารแนวหน้า โดยแอบอ้างเป็นมูลนิธิ และองค์กรต่างๆ เปิดเพจปลอมรับบริจาคเงินและสิ่งของช่วยเหลือทหารแนวหน้านั้น

ในเรื่องนี้ ทาง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์กับทาง “เดลินิวส์” ว่า ทางกระทรวงดีอี ได้มีการเฝ้าระวังและตรวจสอบในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง  ที่ผ่านมาก็ได้มีการประสานปิดเพจปลอม หรือเพจหลอกลวง โดยขอคำสั่งศาล รวมถึงประสานไปยังผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโดยตรงด้วย

“ที่ผ่านมาสถิติ ณ สิ้นเดือน มิ.ย.68  กระทรวงดีอี ได้มีการประสานแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย  ทั้ง Facebook/YouTube/X/TikTok  เพื่อขอปิดกั้นเกี่ยวกับการหลอกลวงออนไลน์ ที่มีคำสั่งศาล จำนวนแจ้งขอการปิดกั้น 12,646 URLs ที่ไม่มีคำสั่งศาล มีจำนวนแจ้งขอการปิดกั้น 37,919 URLs”

การดำเนินการในส่วนนี้จะมีทั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ที่คอยมอนิเตอร์และตรวจสอบกับหน่วยงานโดยตรง จากนั้นจะมีการแจ้งเตือนออกตามสื่อต่างๆ รวมถึงมีศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) หรือ ศูนย์ AOC 1441 ที่คอยตรวจสอบด้วยเช่นกัน  

อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้ก็ต้องขอความร่วมมือกับทางประชาชนเมื่อพบเพจหรือเบอร์หลอกลวงในลักษณะเปิดรับบริจาคโทรศัพท์มาชักชวนให้บริจาค และสงสัยว่าเป็นมิจฉาชีพ ก็ขอให้แจ้งมาที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย และ  ศูนย์ AOC 1441  เพื่อดำเนินการตรวจสอบได้ตลอด  24  ชั่วโมง หากพบว่าเป็นกลุ่มมิจฉาชีพก็จะมีการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

นายเวทางค์ กล่าวแนะนำประชาชนที่ต้องการบริจาคเงินและสิ่งของให้ทหารในแนวชายแดนว่า  ขอให้ตรวจสอบให้ดีก่อน โดยเฉพาะหากบัญชีที่ให้โอนเป็นบัญชีชื่อบุคคล ก็ขอให้สงสัยไว้ก่อน  และทางที่ดีขอให้บริจาคกับหน่วยงานที่เปิดรับบริจาคที่ถูกต้องโดยตรง ที่เชื่อถือได้ ชื่อบัญชีเป็นของหน่วยงาน องค์กร หรือมูลนิธิ ที่เกี่ยวข้องโดยตรง  และปัจจุบันก็มีหน่วยงานรัฐ และทหารที่เปิดรับบริจาคอยู่ ก็ขอให้บริจาคกับหน่วยงานเหล่านี้โดยตรงก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวงได้