สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ว่านายหลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า รัฐบาลปักกิ่งคัดค้านการใช้มาตรการคว่ำบาตร และเชื่อว่า ไม่ใช่การช่วยให้คู่กรณีสร้างความไว้วางใจ หรือเป็นสะพานเชื่อมความเห็นต่างระหว่างกัน อีกทั้งไม่เอื้อต่อความพยายามทางการทูตเพื่อฟื้นฟูการเจรจาระหว่างคู่กรณีให้ได้โดยเร็ว
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเปิดเผย ว่ากำลังทำงานอย่างหนักร่วมกับจีนและรัสเซีย เพื่อยับยั้งความพยายามของยุโรป ซึ่งต้องการกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรกับอิหร่าน เนื่องจากข้อตกลงนิวคลียร์ฉบับปี 2558 จะหมดอายุในเดือนต.ค.นี้
หากภาคีไม่ร่วมกันขยายระยะเวลา หรือจัดทำข้อตกลงฉบับใหม่มาทดแทน ทุกฝ่ายที่เป็นภาคีสามารถกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรกับอิหร่านได้ หลังต้องระงับตลอดระยะเวลา 1 ทศวรรษที่ผ่านมา แลกกับการที่รัฐบาลเตหะรานต้องจำกัดการดำเนินโครงการนิวเคลียร์
China says it “opposes” invoking fresh sanctions on Iran over its nuclear program after Britain, France and Germany told the United Nations they would reimpose them if no diplomatic solution is found by the end of August. pic.twitter.com/LZ6MqQD5tn
— Al Arabiya English (@AlArabiya_Eng) August 15, 2025
ขณะเดียวกัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเน้นว่า การดำเนินการของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) ไม่ว่าจะเป็นไปในรูปแบบใดก็ตาม ควรเป็นการสนับสนุนให้มีการบรรลุข้อตกลงใหม่ มากกว่าดำเนินการตรงกันข้าม
อนึ่ง ภาคีของข้อตกลงนิวเคลียร์ดังกล่าว เป็นการลงนามระหว่างอิหร่าน ร่วมกับสมาชิกถาวร 5 ประเทศของยูเอ็นเอสซี ได้แก่ สหรัฐ รัสเซีย จีน สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส อีกทั้งยังมีเยอรมนีร่วมลงนามในข้อตกลงนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี ในนามกลุ่มย่อย “อี3″ ของข้อตกลงนี้ ยื่นหนังสือถึงนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ว่า “มุ่งมั่นที่จะใช้เครื่องมือทางการทูตทุกวิถีทาง เพื่อให้แน่ใจว่าอิหร่านจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อีก”.
เครดิตภาพ : AFP



