สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวถึงผลการประชุมร่วมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่รัฐอะแลสกา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าเป็นการพบหารือที่ “เกิดขึ้นทันเวลา และมีประโยชน์อย่างมาก” เนื่องจากการเจรจาระดับผู้นำทั้งสองประเทศในลักษณะนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นนานมาแล้ว
เกี่ยวกับบรรยากาศของการเจรจา ปูตินกล่าวว่า “เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และตรงไปตรงมา” พร้อมทั้งเสริมว่า โดยส่วนตัวเขามองว่า “ช่วยให้เข้าใกล้การตัดสินใจที่จำเป็นร่วมกัน” เพื่อยุติวิกฤติการณ์ในยูเครน
ทั้งนี้ มีการวิเคราะห์ว่า เป็นที่ชัดเจนว่า การพบหารือที่รัฐอะแลสกาครั้งนี้ ทรัมป์ไม่ได้สิ่งที่หวังไว้ นั่นคือ การหยุดยิงจากรัสเซีย ในทางกลับกัน ปูตินไม่ได้มีท่าทีประนีประนอมหรือจะยอมผ่อนคลายเงื่อนไข และผู้นำสหรัฐกลับต้องชะลอคำขู่ของตัวเอง ว่าจะคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม หากไม่ยุติสงครามกับยูเครนภายในเส้นตายที่กำหนด
❗️Putin hosts post-Alaska meeting with TOP officials
— RT (@RT_com) August 16, 2025
Lists main points discussed with Trump including:
— Potential solution to Ukraine crisis
— Eliminating root causes of conflict
'We RESPECT position of American administration' https://t.co/xLWfiu9sNy pic.twitter.com/NOqvZMBgp7
ขณะที่ทำเนียบประธานาธิบดียูเครนออกแถลงการณ์ ว่าประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน สนทนาทางโทรศัพท์กับทรัมป์ เป็นเวลานานประมาณ 1 ชั่วโมง โดยทรัมป์ถ่ายทอด “เนื้อหาหลัก” ของการประชุมกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ที่รัฐอะแลสกา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เซเลนสกีจะเดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน เพื่อพบกับทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว ในวันจันทร์ที่ 18 ส.ค. นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับ “การยุติการเข่นฆ่าและสงคราม” ในยูเครน
สำหรับการสนทนาทางโทรศัพท์ครั้งนี้ มีผู้นำยุโรปเข้าร่วมด้วยอีกหลายคน รวมถึง ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ผู้นำเยอรมนี และนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ผู้นำอิตาลี
นอกจากนั้น ยังมีนายมาร์ค รึตเตอ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และนางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) อยู่ในสายด้วย โดยมีรายงานว่า เซเลนสกีสนทนากับผู้นำยุโรปเหล่านี้อีกครั้งด้วย หลังจากทรัมป์วางสายแล้ว.
เครดิตภาพ : AFP



