การจัดประชุมสัมมนามันสำปะหลังโลก ปี 2568 (World Tapioca Conference 2025) ครั้งที่ 7 วันที่ 29–31 กรกฎาคม 2568 ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด THAILAND TAPIOCA NEXT : GO GLOBAL GO TOGETHER “ก้าวสู่ตลาดโลก ด้วยนวัตกรรมและความยั่งยืน” โดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานในพิธี พร้อม นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รมช.พาณิชย์ นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์และภาคีเครือข่ายมันสำปะหลังเข้าร่วมจำนวนมาก


บริษัท สงวนวงษ์อุตสาหกรรม จำกัด และบริษัทในเครือ นำโดย คุณธิดารัตน์ รอดอนันต์ และ คุณโชติมา ลีอังกูร กรรมการผู้จัดการ ได้เข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการเพื่อนำเสนอศักยภาพ เทคโนโลยี และความพร้อมของ บริษัทในฐานะผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมันสำปะหลังชั้นนำของประเทศ และไฮไลต์สำคัญ คือ บริษัท สงวนวงษ์สตาร์ช จำกัด โดย คุณธิดารัตน์ รอดอนันต์ กรรมการผู้จัดการ ร่วมพิธีลงนามสัญญาซื้อขายและบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับคู่ค้าระดับนานา ชาติเพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการค้า ขยายโอกาสส่งออกสินค้าแปรรูปจากมันสำปะหลังไทยสู่ตลาดต่างประเทศ และ
ยกระดับอุตสาหกรรมของไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างเป็นรูปธรรม

คุณธิดารัตน์ รอดอนันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทสงวนวงษ์ สตาร์ช จำกัด ระบุว่า’การเข้าร่วมประชุมสัมมนามันสำปะหลังโลก ปี 2568 (World Tapioca Conference 2025) ในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทและความมุ่งมั่นของบริษัท สงวนวงษ์อุตสาห กรรม จำกัด และบริษัทในเครือ ในการเดินหน้าขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมให้เกษตรกรไทยสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคงในระบบเศรษฐกิจโลก“
สำหรับพิธีลงนามสัญญาซื้อขายมันสำปะหลังระหว่างผู้ส่งออกไทยและผู้นำเข้าต่างชาติ โดยลงนามสัญญาซื้อขายและบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปริมาณรวมกว่า 1.48 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 10,900 ล้านบาท สามารถใช้พืชมันสำปะหลังสดในประเทศได้มากถึง 3.57 ล้านตัน พร้อมเปิดการเจรจาเพื่อขยายตลาดใหม่ โดยตั้งเป้าส่งออกมันสำปะหลังในปี 2568 ให้ได้ 7.5 ตันต่อไป ซึ่งในส่วนของบริษัท สงวนวงษ์สตาร์ช จำกัด สามารถจัดหาและนำส่งมันสำปะหลังให้กับคู่ค้าได้ตามเงื่อนไขแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดประชุมสัมมนามันสำปะหลังโลก ปี 2568 (World Tapioca Conference 2025) ครั้งที่ 7 จัดโดย กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การกำกับดูแลของ นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ภายใต้แนวคิดหลัก “Thailand Tapioca Next : Go Global Go Together” ซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ภาครัฐ ภาคเอกชน ไปจนถึงภาคเกษตรกร
ในครั้งนี้มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง ทั้งในและต่างประเทศทั่วโลกกว่า 1,000 ราย จาก 16 ประเทศและเขตเศรษฐกิจสำคัญ เข้าร่วมงาน ดังนี้ “จีน เกาหลีใต้ ซาอุดีอาระเบีย ญี่ปุ่น ลาว เวียดนาม อินเดีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และฮ่องกง” ซึ่งเป็นการตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการผลิตและการค้าสินค้ามันสำปะหลังของโลก พร้อมทั้งประกาศจุดยืนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของไทย จาก “การส่งออกวัตถุดิบ” สู่ “การสร้างคุณค่า” ผ่านการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีสมัยใหม่ และการผลิตที่ยั่งยืน เพื่อให้ไทยครองความเป็นศูนย์กลางด้านการผลิต การแปรรูป การค้า และเทคโนโลยีมันสำปะหลังของโลก

กิจกรรมที่สำคัญ นอกจากมีการนำภาคเอกชน มาร่วมลงนาม สัญญาซื้อขายมันสำปะหลังระหว่างผู้ส่งออกไทยและผู้นำเข้าต่างชาติรวมกว่า 1.48 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 10,900 ล้านบาท แล้วยังมีการเสวนาวิชาการ หัวข้อ “มัน…ไม่ธรรมดา : รับมือการค้าโลกใหม่ เปิดมุมมองโอกาสและความท้าทาย” Beyond Ordinary : Thai Tapioca and the New Global Trade Era โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ การจัดนิทรรศการเพื่อนำเสนอศักยภาพของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมทั้งการจัดประชุมกลุ่มย่อย เพื่อยกระดับความร่วมมือการใช้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทย รวมถึงการแปรรูปมันสำปะหลังไทยสู่การเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าและการสร้างความแตกต่างให้กับสินค้ามันสำปะหลังไทยในตลาดโลกอย่างยั่งยืนด้วย

การร่วมมือกันของภาครัฐและเอกชนในงานประชุมสัมมนามันสำปะหลังโลก ปี 2568 (World Tapioca Conference 2025) ครั้งที่ 7 ภายใต้แนวคิด THAILAND TAPIOCA NEXT: GO GLOBAL GO TOGETHER “ก้าวสู่ตลาดโลก ด้วยนวัตกรรมและความยั่งยืน” เป็นกิจกรรมสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยและของโลกในยุคนี้ได้อย่างดี.



