เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 68 ที่วัดศรีรัตนาราม บ้านตะตึงไถง (ตะ=ตึง-ถะ-ไง๋) ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ นายรองรัตน์ จงอุตส่าห์ นายอำเภอเมืองสุรินทร์ ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบ ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มาจากพื้นที่ชายแดน อ.กาบเชิง และพักอาศัยอยู่ที่วัดศรีรัตนาราม 178 คน พร้อมแจกสิ่งของยังชีพให้ผู้พักพิง พร้อมทั้งยังโชว์ฝีมือทอดไข่เจียวให้กับผู้พักพิงได้ทาน โดยมีพระครูศรีสุนทร สรกิจ หรือ ผศ.ดร. เริงศักดิ์ เขมวีโร เจ้าอาวาสวัดศรีรัตนาราม เจ้าคณะอำเภอลำดวน ให้การดูแลผู้อพยพอยู่

สำหรับศูนย์พักพิงที่วัดศรีรัตนาราม ยังไม่ได้มีการประกาศให้เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวตามระเบียบราชการแต่อย่างใด เพราะยังไม่ได้มีคำสั่งจากหน่วยงานราชการให้อพยพ แต่เป็นเพียงศูนย์พักพิงนอกระบบ ที่ชาวบ้านด่าน ชาวบ้านโจรก และชาวบ้านไผ่เงิน ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ที่ยังไม่ไว้ใจในสถานการณ์ พาผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กๆ มาขอพักอาศัยกับทางวัดก่อน เพราะหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นเกรงจะอพยพไม่ทัน จึงต้องเตรียมการไว้ก่อนดังกล่าว ขณะที่วัดเทพสุรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ก็เป็นวัดอีกแห่งที่มีประชาชนชาว อ.กาบเชิง ที่ไม่ไว้ใจในสถานการณ์ เดินทางไปขอพักอาศัยอยู่ที่วัดดังกล่าวกว่า 200 ชีวิตแล้วเช่นกัน

ทั้งนี้หากประชาชนผู้ใจบุญต้องการช่วยเหลือบริจาคของสดและสิ่งของอุปโภคบริโภค ก็สามารถเดินทางไปมอบให้ที่วัดได้ เนื่องจากไม่ใช้งบประมาณจากส่วนราชการในการเบิกจ่ายซื้อของมาประกอบอาหาร ชาวบ้านต้องช่วยเหลือตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นซื้ออาหารการกิน ประกอบอาหารเอง รวมทั้งช่วยค่าน้ำค่าไฟกับทางวัดกันเองไปก่อน

สำหรับสถานการณ์ชายแดนด้าน จ.สุรินทร์ ยังคงตึงเครียด แม้อยู่ระหว่างการหยุดยิง เพราะทหารไทยพบความเคลื่อนไหวของกำลังพลทหารกำลังพูชาและยุทโธปกรณ์ต่างๆ เคลื่อนเข้ามาประชิดชายแดนอย่างต่อเนื่อง โดยที่กัมพูชาไม่สนใจข้อตกลงการเจรจาหยุดยิงและห้ามเคลื่อนกำลังพลต่างๆ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่มั่นใจในสถานการณ์ดังกล่าว ที่มีโอกาสสูงจะเกิดสงครามอีกรอบและต้องอพยพรอบที่ 2 จึงพากันนำผู้สูงอายุ ผู้ป่วยและเด็กอพยพไปไว้ที่วัดในพื้นที่ปลอดภัย โดยไม่รอประกาศจากทางราชการดังกล่าว




